การส่งของไปอเมริกาไม่ใช่แค่เรื่องค่าขนส่งอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงภาษีนำเข้า อเมริกาที่อาจเพิ่มต้นทุนได้อย่างมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ส่งพัสดุส่วนตัว ร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจส่งออก การเข้าใจระบบภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาจะช่วยให้คุณวางแผนต้นทุนได้ถูกต้องและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในพิธีการศุลกากร บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจทุกแง่มุมของภาษีนำเข้า อเมริกาแบบละเอียดและใช้งานได้จริง
Key Takeaways
- De Minimis Value: พัสดุที่มีมูลค่าไม่เกิน $800 USD ได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าและอากร (ยกเว้นบางประเภทสินค้า)
- อัตราภาษีแตกต่างตาม HS Code: สินค้าแต่ละประเภทมีอัตราภาษีไม่เหมือนกัน ตั้งแต่ 0% ถึงมากกว่า 30%
- Sales Tax แยกจากภาษีนำเข้า: นอกจากภาษีนำเข้าแล้ว ยังมี State Sales Tax ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ
- เอกสารครบถ้วนลดปัญหา: Commercial Invoice, Packing List และเอกสารเสริมที่ถูกต้องช่วยเร่งกระบวนการศุลกากร
- นโยบายภาษีมีการเปลี่ยนแปลง: ควรติดตามนโยบายภาษีนำเข้าล่าสุด โดยเฉพาะกรณีสินค้าจากประเทศที่ถูกเก็บภาษีพิเศษ
ภาษีนำเข้า อเมริกา คืออะไร
ภาษีนำเข้า อเมริกา (US Import Tax/Duty) คือค่าใช้จ่ายที่ผู้นำเข้าหรือผู้รับพัสดุต้องจ่ายเมื่อนำสินค้าเข้าสหรัฐอเมริกา ภาษีนี้ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ ได้แก่ Customs Duty (อากรขาเข้า), Merchandise Processing Fee (MPF), Harbor Maintenance Fee (HMF สำหรับสินค้าที่ส่งทางเรือ) และ Sales Tax ในบางรัฐ
องค์ประกอบหลักของภาษีนำเข้า
สหรัฐอเมริกามีระบบการจัดเก็บภาษีที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยแบ่งเป็น:
Customs Duty (อากรขาเข้า)
- คำนวณจากมูลค่าของสินค้า (CIF Value: Cost + Insurance + Freight)
- อัตราแตกต่างกันตาม HS Code ของสินค้า
- บางสินค้าอาจได้รับยกเว้นภาษีตามข้อตกลงการค้า
Merchandise Processing Fee (MPF)
- เป็นค่าธรรมเนียมการดำเนินการศุลกากร
- สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าเกิน $2,500 USD คิดเป็น 0.3464% ของมูลค่าสินค้า
- ขั้นต่ำ $27.75 และสูงสุดไม่เกิน $538.40 USD
Harbor Maintenance Fee (HMF)
- คิดเฉพาะสินค้าที่ส่งทางเรือเท่านั้น
- อัตรา 0.125% ของมูลค่าสินค้า
การคำนวณภาษีนำเข้า อเมริกา
การคำนวณภาษีนำเข้าต้องอ้างอิงจากหลายปัจจัย ได้แก่ มูลค่าสินค้า ประเภทสินค้า ประเทศต้นกำเนิด และวิธีการขนส่ง
วิธีคำนวณแบบละเอียด
| องค์ประกอบ | วิธีคำนวณ | ตัวอย่าง (สินค้ามูลค่า $3,000) |
|---|---|---|
| CIF Value | Cost + Insurance + Freight | $3,000 |
| Customs Duty | CIF × อัตราภาษีตาม HS Code | $3,000 × 5% = $150 |
| MPF | CIF × 0.3464% (Min $27.75, Max $538.40) | $3,000 × 0.3464% = $10.39 → $27.75 |
| HMF (ถ้าส่งทางเรือ) | CIF × 0.125% | $3,000 × 0.125% = $3.75 |
| รวม | Duty + MPF + HMF | $150 + $27.75 + $3.75 = $181.50 |
ตัวอย่างการคำนวณจริง
สมมติคุณส่งเสื้อผ้ามูลค่า $5,000 USD จากไทยไปอเมริกา:
- ตรวจสอบ HS Code: เสื้อผ้าผ้าฝ้าย HS Code 6109.10 มีอัตราภาษี 16.5%
- คำนวณ Customs Duty: $5,000 × 16.5% = $825
- คำนวณ MPF: $5,000 × 0.3464% = $17.32 (ต่ำกว่าขั้นต่ำ → ใช้ $27.75)
- คำนวณ HMF (ถ้าส่งทางเรือ): $5,000 × 0.125% = $6.25
- รวมภาษีทั้งหมด: $825 + $27.75 + $6.25 = $859
💡 Tip: ใช้เครื่องมือ HTS Code Lookup จาก US International Trade Commission เพื่อตรวจสอบ HS Code และอัตราภาษีที่แม่นยำที่สุด
ข้อยกเว้นภาษีนำเข้า อเมริกา (De Minimis Value)
สหรัฐอเมริกามีนโยบาย De Minimis ที่ช่วยให้พัสดุมูลค่าต่ำได้รับยกเว้นภาษีนำเข้า ปัจจุบันในปี 2026 มูลค่า De Minimis อยู่ที่ $800 USD
เงื่อนไขการได้รับยกเว้น
- สินค้าต้องมีมูลค่าไม่เกิน $800 USD ต่อการส่ง 1 ครั้ง (ต่อผู้รับ 1 ราย 1 วัน)
- ไม่รวมสินค้าบางประเภทที่ถูกจำกัด เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ น้ำหอม
- ไม่ใช้กับสินค้าที่ถูกเก็บภาษี Anti-dumping หรือ Countervailing Duties
- ต้องไม่ใช่การนำเข้าเชิงพาณิชย์ในปริมาณมาก
ตามข้อมูลจาก SME Shipping ระบุว่าพัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า $800 USD จะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรและไม่ต้องเสียภาษีขาย แต่ต้องระวังเรื่องการแบ่งพัสดุออกเป็นหลายชิปเมนท์เพื่อหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
⚠️ Warning: การแยกออเดอร์เดียวออกเป็นหลายชิปเมนท์เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี (Splitting Shipments) เป็นสิ่งผิดกฎหมายและอาจโดนปรับหนัก รวมถึงยึดสินค้า หากพบการกระทำซ้ำ อาจถูกแบน IP address และห้ามนำเข้า
อัตราภาษีนำเข้าตามประเภทสินค้า
อัตราภาษีนำเข้า อเมริกาแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า โดยจัดตาม Harmonized Tariff Schedule (HTS) ซึ่งมีรหัส HS Code เฉพาะสำหรับสินค้าแต่ละประเภท
ตัวอย่างอัตราภาษีสินค้ายอดนิยม
| ประเภทสินค้า | HS Code (ตัวอย่าง) | อัตราภาษีทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| เสื้อผ้าผ้าฝ้าย | 6109.10 | 16.5% | อัตราสูง |
| รองเท้าหนัง | 6403.20 | 8.5%-20% | ขึ้นกับประเภท |
| อิเล็กทรอนิกส์ | 8517.62 (โทรศัพท์) | 0% | ยกเว้นภาษีส่วนใหญ่ |
| เครื่องสำอาง | 3304.99 | 0%-6.5% | ตามส่วนผสม |
| อาหารเสริม | 2106.90 | 0%-6.4% | ต้องมี FDA approval |
| เครื่องประดับ | 7113.11 (เงิน) | 5% | ต้องระบุความบริสุทธิ์ |
| หนังสือ | 4901.99 | 0% | ยกเว้นภาษี |
| ของเล่น | 9503.00 | 0%-6.8% | ต้องผ่าน Safety Standard |
สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี
บางประเภทสินค้าได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าโดยสมบูรณ์:
- หนังสือและสิ่งพิมพ์ทางการศึกษา
- อุปกรณ์การแพทย์บางประเภท
- งานศิลปะและของสะสมโบราณ (อายุเกิน 100 ปี)
- ตัวอย่างสินค้าที่ไม่มีมูลค่าทางการค้า
เอกสารที่จำเป็นสำหรับการนำเข้า
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญในการผ่านพิธีการศุลกากรอย่างรวดเร็ว
เอกสารหลักที่ต้องมี
-
Commercial Invoice
- ระบุรายละเอียดสินค้า มูลค่า น้ำหนัก HS Code
- ข้อมูลผู้ส่งและผู้รับครบถ้วน
- ต้องลงลายเซ็นและประทับตรา
-
Packing List
- รายละเอียดการบรรจุหีบห่อ
- น้ำหนัก ขนาด จำนวนกล่อง
- ตรงกับ Commercial Invoice
-
Bill of Lading (B/L) หรือ Air Waybill (AWB)
- เอกสารการขนส่ง
- พิสูจน์ความเป็นเจ้าของสินค้า
-
Entry Summary (CBP Form 7501)
- ยื่นผ่าน Customs Broker
- สรุปรายการสินค้าและภาษีที่ต้องชำระ
เอกสารเสริมตามประเภทสินค้า
- อาหารและอาหารเสริม: FDA Prior Notice, FDA Registration
- เครื่องสำอาง: Cosmetic Product Label Compliance
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: FCC Certificate
- สินค้าจากไม้: CITES Permit (สำหรับไม้ที่อยู่ในบัญชีคุ้มครอง)
- สิ่งทอ: Country of Origin Declaration
สำหรับผู้ที่ต้องการส่งของไปอเมริกาบ่อยๆ แนะนำให้ใช้ Customs Broker ที่เชี่ยวชาญเพื่อจัดการเอกสารและพิธีการศุลกากร ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธหรือเก็บภาษีเพิ่มเติม
💡 Tip: เก็บสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้อย่างน้อย 5 ปี เพราะ US Customs อาจขอตรวจสอบย้อนหลังได้
ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาษีนำเข้า อเมริกา
นอกจากประเภทสินค้าแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อภาษีนำเข้า
ประเทศต้นกำเนิดสินค้า (Country of Origin)
สหรัฐอเมริกามีข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement) กับหลายประเทศ ซึ่งสินค้าจากประเทศเหล่านี้อาจได้รับอัตราภาษีพิเศษหรือยกเว้นภาษี:
- USMCA (สหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา): อัตราภาษีลดหรือยกเว้น
- ประเทศที่ได้รับสิทธิ MFN/NTR: อัตราภาษีปกติ
- ประเทศที่ถูกจัดเก็บภาษีพิเศษ: อัตราภาษีสูงกว่าปกติ
ในช่วงปีที่ผ่านมา นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับสินค้าจากประเทศจีน ตามที่ The Standard รายงานว่า มีการเตรียมขึ้นภาษีสินค้าจีนราคาถูกเพิ่มอีก 90% ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าอย่างมาก
วิธีการประเมินมูลค่า (Valuation Method)
ศุลกากรอเมริกาใช้ Transaction Value เป็นหลัก คือราคาที่ผู้ซื้อจ่ายจริงให้ผู้ขาย บวกกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น:
- ค่าขนส่งระหว่างประเทศ
- ค่าประกันภัย
- ค่า Commission และค่าธรรมเนียมการขาย (บางกรณี)
- ค่า Royalty และ License Fee (ถ้ามี)
⚠️ Warning: การประกาศมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเลี่ยงภาษีถือเป็นความผิดร้ายแรง อาจโดนปรับเงินสูงถึง 4 เท่าของมูลค่าสินค้า บวกกับค่าปรับเพิ่มเติมและมีโทษจำคุก
State Sales Tax และภาษีอื่นๆ
นอกจากภาษีนำเข้าระดับสหพันธรัฐแล้ว ยังมี State Sales Tax ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ
อัตรา Sales Tax ตามรัฐ (ตัวอย่างปี 2026)
| รัฐ | อัตรา Sales Tax | รวม Local Tax (โดยประมาณ) |
|---|---|---|
| California | 7.25% | 7.25%-10.75% |
| New York | 4% | 4%-8.875% |
| Texas | 6.25% | 6.25%-8.25% |
| Florida | 6% | 6%-8.5% |
| Oregon | 0% | 0% (ไม่มี Sales Tax) |
| Delaware | 0% | 0% (ไม่มี Sales Tax) |
| Washington | 6.5% | 6.5%-10.4% |
ภาษีพิเศษสำหรับสินค้าเฉพาะ
บางประเภทสินค้ามีภาษีเฉพาะเพิ่มเติม:
- Alcohol: Federal Excise Tax + State Tax (แตกต่างกันมาก)
- Tobacco: Federal Excise Tax สูงมาก บวก State Tax
- น้ำมันและเชื้อเพลิง: Excise Tax หลายระดับ
- รถยนต์: Gas Guzzler Tax (สำหรับรถที่สิ้นเปลืองน้ำมัน)
วิธีลดภาษีนำเข้า อเมริกา อย่างถูกกฎหมาย
การวางแผนที่ดีสามารถช่วยลดต้นทุนภาษีนำเข้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
กลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง
-
ใช้ประโยชน์จาก De Minimis Value
- แยกส่งพัสดุในช่วงเวลาที่เหมาะสม
- แต่ต้องไม่เป็นการแบ่งออเดอร์เดียวกัน
-
เลือก HS Code ที่ถูกต้อง
- สินค้าบางประเภทมีหลาย HS Code ที่เป็นไปได้
- เลือก Code ที่เหมาะสมและถูกกฎหมายที่สุด
-
ใช้โปรแกรม Duty Drawback
- ถ้าสินค้านำเข้ามาเพื่อผลิตหรือประกอบต่อแล้วส่งออก
- สามารถขอคืนภาษีได้ 99% ของที่จ่ายไป
-
เลือกเส้นทางและวิธีการขนส่งที่เหมาะสม
- ส่งทางอากาศไม่มี Harbor Maintenance Fee
- ใช้ Bonded Warehouse เพื่อเลื่อนการเสียภาษี
-
ใช้ Free Trade Zone (FTZ)
- พื้นที่พิเศษที่สามารถเก็บสินค้าโดยไม่ต้องเสียภาษีก่อน
- เหมาะกับธุรกิจที่นำเข้าเพื่อจัดจำหน่ายต่อ
การใช้แพลตฟอร์มเช่น ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตัวเลือกการขนส่งและประมาณการต้นทุนรวมภาษีได้ล่วงหน้า ทำให้วางแผนงบประมาณได้แม่นยำยิ่งขึ้น
กระบวนการศุลกากรและการชำระภาษี
เมื่อสินค้าถึงสหรัฐอเมริกา จะต้องผ่านกระบวนการศุลกากรดังนี้:
ขั้นตอนการผ่านศุลกากร
-
Entry Filing (ยื่นเอกสารเข้าระบบ)
- ต้องทำภายใน 15 วันหลังสินค้าถึงท่า
- ใช้ Customs Broker ยื่นเอกสารผ่านระบบ ACE (Automated Commercial Environment)
-
Examination (ตรวจสอบสินค้า)
- ศุลกากรสุ่มตรวจสินค้า
- อาจเปิดกล่องตรวจสอบหรือใช้เครื่อง X-ray
-
Classification and Appraisement
- ศุลกากรพิจารณา HS Code และมูลค่าสินค้า
- อาจปรับเปลี่ยนถ้าพบว่าไม่ถูกต้อง
-
Duty Assessment (คำนวณภาษี)
- คำนวณภาษีที่ต้องชำระตามข้อมูลที่ยื่น
-
Payment (ชำระภาษี)
- ชำระผ่าน ACE Pay หรือ Statement (สำหรับผู้นำเข้าประจำ)
- ต้องชำระภายใน 10 วันหลังจาก Entry
-
Release (ปล่อยสินค้า)
- เมื่อชำระภาษีและผ่านการตรวจสอบแล้ว สินค้าจะถูกปล่อย
ระยะเวลาโดยประมาณ
- สินค้าทั่วไป: 1-3 วันทำการ
- สินค้าที่ต้องตรวจเพิ่มเติม: 5-10 วันทำการ
- สินค้าที่มีปัญหา: อาจนานกว่า 30 วัน
💡 Tip: ใช้บริการ Customs Broker ที่มีประสบการณ์จะช่วยเร่งกระบวนการและลดโอกาสเกิดปัญหาได้มาก ค่าบริการโดยเฉลี่ยอยู่ที่ $50-$150 ต่อชิปเมนท์
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
การประกาศมูลค่าไม่ถูกต้อง
- ประกาศต่ำเกินไป: โดนปรับหนัก
- ประกาศสูงเกินไป: เสียภาษีมากกว่าที่ควร
- แก้ไข: ใช้มูลค่าจริงที่จ่ายบวกค่าขนส่ง
HS Code ผิด
- ผลกระทบ: เสียภาษีผิดอัตรา อาจโดนปรับย้อนหลัง
- แก้ไข: ตรวจสอบจาก HTS Database อย่างละเอียด
เอกสารไม่ครบ
- ผลกระทบ: สินค้าค้างที่ศุลกากร เก็บค่าคลังสินค้า
- แก้ไข: เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนส่งสินค้า
ส่งสินค้าต้องห้าม
- ผลกระทบ: สินค้าถูกยึด ปรับเงิน อาจมีโทษทางอาญา
- แก้ไข: ตรวจสอบ Restricted and Prohibited Items ก่อนส่ง
⚠️ Warning: สินค้าต้องห้ามที่พบบ่อย ได้แก่ ของปลอมแบรนด์เนม ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาหารสดและเนื้อสัตว์ ยาและอาหารเสริมที่ไม่ได้รับอนุมัติ อาวุธและวัตถุระเบิด และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน FCC
เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยคำนวณภาษี
เครื่องมือออนไลน์ที่แนะนำ
-
USA Trade Online (usatradeonline.gov)
- ฐานข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ
- ตรวจสอบสถิติการนำเข้า-ส่งออก
-
HTS Search (hts.usitc.gov)
- ค้นหา HS Code และอัตราภาษีอย่างเป็นทางการ
- อัพเดตตามนโยบายล่าสุด
-
Duty Calculator (dutycalculator.com)
- คำนวณภาษีโดยประมาณ
- ครอบคลุมหลายประเทศ
-
ACE (Automated Commercial Environment)
- ระบบศุลกากรออนไลน์ของสหรัฐ
- สำหรับผู้นำเข้าที่ต้องยื่นเอกสารเอง
การใช้ ParcelRadar.io วางแพลน
แพลตฟอร์ม ParcelRadar.io ช่วยให้คุณ:
- เปรียบเทียบค่าขนส่งจากผู้ให้บริการหลายราย
- ประมาณการต้นทุนรวมทั้งภาษีนำเข้า
- เลือกวิธีการขนส่งที่เหมาะสมกับงบประมาณ
- ติดตามสถานะพัสดุและพิธีการศุลกากร
การติดตามนโยบายภาษีที่เปลี่ยนแปลง
นโยบายภาษีนำเข้า อเมริกามีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ โดยเฉพาะในสถานการณ์การค้าโลกที่มีความผันผวน
แหล่งข้อมูลที่ควรติดตาม
- US Customs and Border Protection (cbp.gov): ประกาศนโยบายและระเบียบใหม่
- USTR (ustr.gov): นโยบายการค้าระหว่างประเทศ
- Federal Register (federalregister.gov): กฎหมายและกฎระเบียบใหม่ๆ
- Trade Associations: สมาคมการค้าในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ในปี 2026 มีการหารือเกี่ยวกับการปรับระดับ De Minimis Value และการเพิ่มภาษีสินค้าบางประเภทจากประเทศที่มีการทุ่มตลาด ผู้ส่งของควรติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอเพื่อวางแผนต้นทุนล่วงหน้า
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีนำเข้า อเมริกา
พัสดุมูลค่าเท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษีนำเข้า?
พัสดุที่มีมูลค่าเกิน $800 USD ต่อการส่ง 1 ครั้งต้องเสียภาษีนำเข้า (ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่มีข้อจำกัดพิเศษ) มูลค่า $800 ขึ้นไปคำนวณจาก CIF Value (ราคาสินค้า + ค่าประกัน + ค่าขนส่ง)
ใครเป็นคนจ่ายภาษีนำเข้า ผู้ส่งหรือผู้รับ?
โดยปกติผู้รับพัสดุเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระภาษีนำเข้า ยกเว้นกรณีที่มีการตกลงกันล่วงหน้าว่าผู้ส่งจะเป็นผู้ชำระ (ใช้บริการ DDP – Delivered Duty Paid)
ถ้าประกาศมูลค่าต่ำกว่าจริงจะเกิดอะไรขึ้น?
ศุลกากรอเมริกามีระบบตรวจสอบและฐานข้อมูลราคาสินค้า หากตรวจพบการประกาศมูลค่าต่ำกว่าจริง จะโดนปรับเงินสูงถึง 4 เท่าของมูลค่าที่ต่าง บวกค่าปรับเพิ่มเติม และอาจมีโทษจำคุกในกรณีร้ายแรง
สินค้ามือสองต้องเสียภาษีเหมือนของใหม่ไหม?
ใช่ แต่มูลค่าที่ใช้คำนวณจะเป็นมูลค่าตลาดปัจจุบันของสินค้ามือสอง ไม่ใช่ราคาตอนซื้อใหม่ อัตราภาษีเหมือนกัน แต่ฐานภาษีต่ำกว่า
ของขวัญส่วนตัวต้องเสียภาษีไหม?
ของขวัญส่วนตัวที่มีมูลค่าไม่เกิน $100 USD (ต่อผู้ส่ง 1 ราย ต่อวันต่อผู้รับ 1 ราย) ได้รับยกเว้นภาษี แต่ต้องไม่ใช่ของต้องห้าม เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ น้ำหอม
ถ้าไม่ชำระภาษีตามกำหนดเวลาจะเกิดอะไรขึ้น?
สินค้าจะถูกเก็บไว้ที่ศุลกากรหรือคลังสินค้า มีค่าปรับดอกเบี้ยผิดนัด ค่าเก็บรักษา และถ้าเกินเวลานานเกินไป สินค้าอาจถูกขายทอดตลาดหรือทำลาย
ภาษีนำเข้าคำนวณจากน้ำหนักหรือมูลค่า?
ส่วนใหญ่คำนวณจากมูลค่า (Ad Valorem Duty) แต่สินค้าบางประเภทคำนวณจากปริมาณหรือน้ำหนัก (Specific Duty) และบางอย่างใช้ทั้งสองวิธีรวมกัน (Compound Duty) ขึ้นกับ HS Code
มีวิธีขอคืนภาษีนำเข้าได้ไหม?
ได้ผ่านโปรแกรม Duty Drawback กรณีที่:
- สินค้านำเข้ามาแล้วส่งออกไปอีก
- สินค้าไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์เดิม
- สินค้ามีข้อบกพร่องและต้องส่งคืน
สามารถขอคืนได้สูงสุด 99% ของภาษีที่จ่ายไป
การทำความเข้าใจภาษีนำเข้า อเมริกาอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณวางแพลนต้นทุนได้แม่นยำและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในพิธีการศุลกากร ไม่ว่าคุณจะส่งพัสดุส่วนตัวหรือทำธุรกิจส่งออก การคำนวณภาษีล่วงหน้าและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้การส่งของเป็นไปอย่างราบรื่น หากต้องการเช็คค่าขนส่งและเปรียบเทียบตัวเลือกสำหรับการส่งของไปสหรัฐอเมริกา แพลตฟอร์ม ParcelRadar.io พร้อมช่วยคุณหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดทั้งในแง่ราคาและระยะเวลาในการขนส่ง

