Site icon pacelradar.io Blog

ส่งของไปต่างประเทศ ใช้เวลากี่วัน? คู่มือระยะเวลาขนส่ง 2026

ตารางเปรียบเทียบระยะเวลาขนส่งระหว่างประเทศ (Express, Economy, Air Freight, Sea Freight) พร้อมไอคอนเครื่องบินและเรือ

Key Takeaways:

เมื่อต้องส่งของไปต่างประเทศ คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจมักเป็น "ส่งของไปต่างประเทศ ใช้เวลากี่วัน" เพราะระยะเวลาในการขนส่งส่งผลโดยตรงต่อการวางแผนธุรกิจ การส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า หรือแม้แต่การส่งของให้คนที่คุณรักในต่างแดน ในบทความนี้เราจะอธิบายระยะเวลาการขนส่งระหว่างประเทศตามประเภทบริการต่างๆ พร้อมปัจจัยที่ส่งผลและวิธีเลือกบริการที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

Table of Contents

Toggle

ระยะเวลาการส่งของไปต่างประเทศแต่ละประเภท

การทำความเข้าใจระยะเวลาการขนส่งเริ่มต้นจากการรู้จักประเภทบริการขนส่งระหว่างประเทศ แต่ละประเภทมีความเร็วและราคาที่แตกต่างกันไป

Express Shipping – ส่งด่วนระหว่างประเทศ

บริการ Express เป็นตัวเลือกเร็วที่สุดสำหรับการส่งพัสดุและเอกสารไปต่างประเทศ โดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 2-5 วันทำการ ในการจัดส่งไปยังประเทศหลักทั่วโลก บริการนี้เหมาะกับเอกสารสำคัญ ตัวอย่างสินค้า หรือพัสดุที่ต้องการความรวดเร็ว

ผู้ให้บริการ Express ชั้นนำเช่น DHL, FedEx, UPS และ TNT มักมีเครือข่ายครอบคลุมและระบบติดตามสถานะแบบ real-time บริการส่งพัสดุไปต่างประเทศแบบด่วน มักรับประกันเวลาจัดส่งและมีความน่าเชื่อถือสูง

ตัวอย่างระยะเวลา Express:

Economy Shipping – ส่งแบบประหยัด

บริการ Economy เป็นตัวเลือกกลางที่สมดุลระหว่างราคาและความเร็ว ระยะเวลาการส่งมักอยู่ที่ 5-15 วันทำการ ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและผู้ให้บริการ บริการนี้เหมาะกับพัสดุที่ไม่เร่งด่วนมาก แต่ยังต้องการส่งทางอากาศ

ข้อดีของ Economy:

Air Freight – ขนส่งสินค้าทางอากาศ

Air Freight เป็นบริการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบรวมกลุ่ม เหมาะกับชิปเมนท์ที่มีน้ำหนักมากหรือมีหลายกล่อง โดยทั่วไปใช้เวลา 7-14 วัน รวมเวลาจัดส่งจากคลังสินค้าถึงสนามบิน การบิน และการผ่านพิธีการศุลกากร

การขนส่งทางอากาศ มีข้อดีคือเร็วกว่า Sea Freight มาก แต่ราคาถูกกว่า Express เมื่อส่งสินค้าปริมาณมาก ผู้ให้บริการมักคิดค่าขนส่งจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร (Volume Weight) แล้วแต่อันไหนมากกว่า

ประเภทสินค้า ระยะเวลา Air Freight เหมาะสำหรับ
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 7-10 วัน มูลค่าสูง ต้องการความเร็ว
เสื้อผ้าแฟชั่น 8-12 วัน สินค้าตามฤดูกาล
ตัวอย่างสินค้า 7-10 วัน ส่งให้ลูกค้าหรือแสดงสินค้า
อะไหล่เครื่องจักร 7-14 วัน จำเป็นต่อการผลิต

Sea Freight – ขนส่งสินค้าทางเรือ

Sea Freight เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับสินค้าปริมาณมาก แต่ใช้เวลานานที่สุดคือ 30-60 วัน ขึ้นอยู่กับเส้นทางและจำนวนท่าเรือที่แวะ บริการขนส่งทางเรือ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ LCL (Less than Container Load) และ FCL (Full Container Load)

ระยะเวลา Sea Freight ตามเส้นทาง:

  1. ภายในเอเชีย (3-15 วัน)

    • ไทย → จีน: 3-7 วัน
    • ไทย → สิงคโปร์: 3-5 วัน
    • ไทย → เวียดนาม: 5-10 วัน
  2. ไปยุโรป (25-50 วัน)

    • ไทย → เนเธอร์แลนด์: 30-40 วัน
    • ไทย → เยอรมนี: 32-42 วัน
    • ไทย → อังกฤษ: 35-45 วัน
  3. ไปอเมริกา (25-40 วัน)

    • ไทย → ฝั่งตะวันตก (LA): 18-25 วัน
    • ไทย → ฝั่งตะวันออก (NY): 30-40 วัน
  4. ไปออสเตรเลีย (15-25 วัน)

    • ไทย → ซิดนีย์: 15-22 วัน
    • ไทย → เมลเบิร์น: 18-25 วัน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการส่งของไปต่างประเทศ

การตอบคำถาม "ส่งของไปต่างประเทศ ใช้เวลากี่วัน" ไม่ได้มีคำตอบเดียว เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อระยะเวลาจริง

ระยะทางและเส้นทางการขนส่ง

ระยะทางทางภูมิศาสตร์มีผลโดยตรงต่อระยะเวลา ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใกล้ไทยจึงส่งได้เร็วกว่าประเทศในยุโรปหรืออเมริกาใต้ นอกจากนี้ เส้นทางที่มีเที่ยวบินตรงหรือเรือสินค้าแวะท่าน้อยก็ส่งเร็วกว่าเส้นทางที่ต้องแวะหลายจุด

พิธีการศุลกากรและเอกสาร

กระบวนการผ่านศุลกากรทั้งฝั่งไทยและประเทศปลายทางอาจใช้เวลา 1-7 วัน หากเอกสารไม่ครบหรือสินค้าต้องตรวจสอบเพิ่มเติม อาจทำให้ระยะเวลาล่าช้าได้

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม:

ลักษณะและประเภทสินค้า

บางประเภทสินค้าต้องผ่านการตรวจสอบพิเศษหรือต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าที่มีแบตเตอรี่ ซึ่งอาจทำให้ใช้เวลานานขึ้น

💡 Tip:

หากต้องการส่งของไปต่างประเทศให้เร็วที่สุด ให้เลือกบริการ Express และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่แรก ตรวจสอบรายการสินค้าต้องห้ามของประเทศปลายทางก่อนส่ง และกรอกข้อมูลผู้รับให้ถูกต้องสมบูรณ์ การใช้ เครื่องมือเปรียบเทียบค่าขนส่ง ช่วยให้เห็นทั้งราคาและระยะเวลาของแต่ละผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ

ช่วงเวลาและฤดูกาล

ช่วงเทศกาลสำคัญเช่น Christmas, Chinese New Year, Black Friday หรือ Singles' Day ปริมาณพัสดุทั่วโลกเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ระยะเวลาอาจล่าช้ากว่าปกติ 2-7 วัน นอกจากนี้ สภาพอากาศที่เลวร้าย เช่น พายุหิมะ พายุไต้ฝุ่น ก็อาจทำให้เที่ยวบินหรือเรือสินค้าล่าช้าได้

ประสิทธิภาพของผู้ให้บริการ

ผู้ให้บริการที่แตกต่างกันมีเครือข่าย ระบบ และประสิทธิภาพที่ไม่เหมือนกัน ผู้ให้บริการระดับโลกเช่น DHL หรือ FedEx มักมีความเร็วและความน่าเชื่อถือสูงกว่า แต่ก็มีราคาแพงกว่า ขณะที่ผู้ให้บริการท้องถิ่นหรือแบบ Economy อาจใช้เวลานานกว่า แต่ราคาถูกกว่า

ระยะเวลาการส่งของไปประเทศยอดนิยม

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เรารวบรวมระยะเวลาโดยเฉลี่ยในการส่งของจากไทยไปยังประเทศปลายทางยอดนิยม

ประเทศปลายทาง Express Economy Air Freight Sea Freight
จีน 2-3 วัน 5-8 วัน 7-10 วัน 3-10 วัน
ญี่ปุ่น 2-3 วัน 6-10 วัน 8-12 วัน 10-18 วัน
สิงคโปร์ 1-2 วัน 3-5 วัน 5-8 วัน 3-7 วัน
อเมริกา 3-5 วัน 10-15 วัน 10-14 วัน 25-40 วัน
อังกฤษ 3-5 วัน 10-15 วัน 10-14 วัน 30-45 วัน
เยอรมนี 3-5 วัน 10-15 วัน 10-14 วัน 32-42 วัน
ออสเตรเลีย 3-4 วัน 8-12 วัน 9-13 วัน 15-25 วัน
ฝรั่งเศส 3-5 วัน 10-15 วัน 10-14 วัน 30-45 วัน

การส่งของไปสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป ต้องผ่านกระบวนการศุลกากรที่เข้มงวดกว่าการส่งภายในเอเชีย ดังนั้นควรเผื่อเวลาให้มากขึ้นสักหน่อย

ส่งของไปเอเชีย

ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกอยู่ใกล้ไทย จึงเป็นเส้นทางที่ส่งได้เร็วและถูกที่สุด การส่งเอกสารไปต่างประเทศ ในเอเชียแบบ Express อาจใช้เวลาเพียง 1-3 วัน

ตัวอย่างระยะเวลาในเอเชีย:

ส่งของไปยุโรป

การส่งของไปยุโรปใช้เวลานานกว่าเพราะระยะทางไกล และต้องผ่านพิธีการศุลกากรของสหภาพยุโรป ประเทศในกลุ่ม EU ส่วนใหญ่ใช้เวลาใกล้เคียงกัน

การส่งของไปเนเธอร์แลนด์ หรือฝรั่งเศส มักผ่านศูนย์กระจายสินค้าหลักในยุโรป ซึ่งช่วยให้การจัดส่งมีประสิทธิภาพ

ส่งของไปอเมริกาเหนือ

อเมริกาและแคนาดาอยู่ไกลจากไทย และมีพื้นที่กว้างใหญ่ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามรัฐหรือจังหวัดปลายทาง ฝั่งตะวันตกมักได้รับเร็วกว่าฝั่งตะวันออก

ข้อควรระวัง:

วิธีเลือกบริการขนส่งที่เหมาะกับความต้องการ

การเลือกบริการขนส่งไม่ควรดูแค่ราคาหรือระยะเวลาอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน

พิจารณาจากความเร่งด่วน

ส่งด่วนมาก (1-5 วัน): เลือก Express

ส่งปานกลาง (5-15 วัน): เลือก Economy หรือ Airmail

ไม่เร่งด่วน (15-60 วัน): เลือก Air Freight หรือ Sea Freight

คำนวณต้นทุนและประโยชน์

การเปรียบเทียบค่าขนส่งระหว่างประเทศ ให้ดูทั้งราคาและระยะเวลาร่วมกัน บางครั้งจ่าย Express แพงกว่า Economy 50% แต่ได้รับเร็วกว่า 10 วัน อาจคุ้มค่าหากสินค้ามีมูลค่าสูงหรือลูกค้ายอมจ่ายค่าส่งเพิ่ม

ตัวอย่างการคำนวณ:

พัสดุ 5 กก. ไปอเมริกา

หากสินค้ามีมูลค่า 500 บาท ใช้ Economy คุ้มกว่า แต่หากสินค้ามีมูลค่า 10,000 บาท และลูกค้ารอด่วน ควรใช้ Express

พิจารณาลักษณะสินค้า

สินค้าเปราะบาง: ควรเลือกบริการที่มีการจัดการระมัดระวัง Express มักดูแลดีกว่า Sea Freight

สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา: อาหารเสริม เครื่องสำอาง ควรส่ง Express หรือ Air Freight

สินค้าปริมาณมาก: หากส่งเกิน 100 กก. Air Freight หรือ Sea Freight คุ้มกว่า Express มาก

สินค้าอันตราย/จำกัด: ต้องเช็คว่าผู้ให้บริการรับหรือไม่ และอาจใช้เวลานานขึ้น

⚠️ Warning:

บางประเภทสินค้าต้องห้ามส่งหรือต้องใช้เอกสารพิเศษ เช่น สินค้าที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม ของเหลวไวไฟ อาหารสด สัตว์มีชีวิต สารเคมี หรือยา ต้องเช็คกับผู้ให้บริการก่อนทุกครั้ง การส่งสินค้าต้องห้ามอาจทำให้พัสดุถูกยึด เสียค่าปรับ หรือล่าช้าอย่างมาก นอกจากนี้ ภาษีนำเข้าและ VAT ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ผู้รับอาจต้องจ่ายเพิ่มเติมที่ด่านศุลกากร

เทคนิคเพิ่มความเร็วในการส่งของไปต่างประเทศ

นอกจากเลือกบริการที่เร็วแล้ว ยังมีเทคนิคที่ช่วยให้การส่งของราบรื่นและเร็วขึ้น

เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่แรก

  1. Commercial Invoice ที่ระบุราคาสินค้าชัดเจน
  2. Packing List แสดงรายการสินค้าทั้งหมด
  3. ข้อมูลผู้รับ ที่ถูกต้องและสมบูรณ์ รวมถึงเบอร์โทรศัพท์
  4. หมายเลขภาษี VAT หรือ EORI (สำหรับส่งไปยุโรป)

บรรจุหีบห่อให้ถูกต้อง

ประกาศมูลค่าสินค้าให้ถูกต้อง

การประกาศมูลค่าต่ำเกินไปอาจทำให้ศุลกากรตรวจสอบเพิ่มเติม ในขณะที่ประกาศสูงเกินไปทำให้เสียภาษีมากขึ้น ควรระบุตามราคาจริง

เลือกวันส่งที่เหมาะสม

หลีกเลี่ยงส่งช่วงวันหยุดยาว เทศกาลสำคัญ หรือช่วงที่มีปริมาณพัสดุมาก ส่งในวันจันทร์-พุธ ดีกว่าส่งวันศุกร์ เพราะจะไม่ค้างวันหยุดสุดสัปดาห์

ใช้บริการผู้ให้บริการที่มีเครือข่ายดี

ผู้ให้บริการที่มีเครือข่ายครอบคลุมและมีสำนักงานในประเทศปลายทางมักส่งได้เร็วกว่า ตัวเลือกบริการขนส่ง ที่หลากหลายช่วยให้เปรียบเทียบและเลือกได้ตามความเหมาะสม

ข้อควรรู้เกี่ยวกับพิธีการศุลกากร

พิธีการศุลกากรเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อระยะเวลาการส่งของไปต่างประเทศ การเข้าใจกระบวนการช่วยลดความล่าช้า

กระบวนการศุลกากรพื้นฐาน

  1. ยื่นเอกสารศุลกากร: หลังพัสดุถึงประเทศปลายทาง
  2. ตรวจสอบเอกสาร: เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบความครบถ้วน
  3. คำนวณภาษีและอากร: จากมูลค่าสินค้าที่ประกาศ
  4. ตรวจสอบสินค้า: สุ่มหรือตรวจทุกชิ้น (ถ้าจำเป็น)
  5. ชำระภาษีและค่าธรรมเนียม: โดยผู้รับ (ส่วนใหญ่)
  6. ปล่อยสินค้า: พัสดุถูกส่งต่อให้ผู้รับ

กระบวนการนี้ใช้เวลา 1-5 วัน ขึ้นอยู่กับประเทศและความซับซ้อนของสินค้า

เอกสารที่อาจถูกร้องขอเพิ่มเติม

ค่าภาษีและอากรทั่วไป

ประเทศ ขีดยกเว้นภาษี อัตราภาษีทั่วไป VAT
สหรัฐอเมริกา $800 0-37% ไม่มี
สหราชอาณาจักร £135 0-25% 20%
เยอรมนี €150 0-17% 19%
ญี่ปุ่น ¥10,000 0-30% 10%
ออสเตรเลีย A$1,000 5-10% 10% (GST)
สิงคโปร์ S$400 0-8% 9% (GST)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ส่งของไปต่างประเทศ ใช้เวลากี่วัน ถ้าใช้บริการแบบประหยัด?

บริการ Economy หรือ Airmail ทั่วไปใช้เวลา 5-15 วันทำการ ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง บริการขนส่งแบบประหยัด ส่งทางอากาศเหมือนกัน แต่อาจรวมหลายชิปเมนท์เข้าด้วยกันหรือใช้เที่ยวบินที่ไม่ตรงเพื่อลดต้นทุน ทำให้ช้ากว่า Express แต่ถูกกว่ามาก เหมาะกับพัสดุที่ไม่เร่งด่วน

ระยะเวลาที่ผู้ให้บริการระบุเป็นเวลาทำการหรือรวมวันหยุด?

ส่วนใหญ่เป็นวันทำการ ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของประเทศต้นทางและปลายทาง ดังนั้นหากระบุ 3-5 วัน อาจใช้เวลาจริง 5-7 วัน ถ้าส่งช่วงปลายสัปดาห์หรือใกล้วันหยุดยาว ควรเผื่อเวลาเพิ่ม

ทำไมพัสดุบางครั้งช้ากว่าที่ระบุ?

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ พัสดุติดค้างที่ด่านศุลกากร เอกสารไม่ครบถ้วน สินค้าต้องตรวจสอบพิเศษ ช่วงเทศกาลพัสดุล้นท่วม สภาพอากาศเลวร้าย หรือที่อยู่ผู้รับไม่ชัดเจน บางครั้งการล่าช้าเกิดจากกระบวนการภายในของสายการบินหรือเรือสินค้า ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการ

การส่งทางเรือช้ากว่าทางอากาศเท่าไหร่?

โดยเฉลี่ย Sea Freight ใช้เวลานานกว่า Air Freight ประมาณ 3-6 เท่า ตัวอย่างเช่น ส่งไปอเมริกา Air Freight ใช้เวลา 10-14 วัน ขณะที่ Sea Freight ใช้เวลา 25-40 วัน แต่ ค่าขนส่งทางเรือ ถูกกว่าทางอากาศมาก เหมาะกับสินค้าที่ไม่เร่งด่วนและมีปริมาณมาก

ติดตามสถานะพัสดุได้อย่างไร?

ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มี tracking number ให้ติดตามผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ระบบจะแสดงสถานะเช่น รับพัสดุแล้ว อยู่ระหว่างขนส่ง ถึงด่านศุลกากร ผ่านศุลกากรแล้ว และอยู่ระหว่างจัดส่งในประเทศปลายทาง บางแพลตฟอร์มรวบรวม tracking จากหลายผู้ให้บริการไว้ในที่เดียว ทำให้สะดวกขึ้น

ส่งเอกสารไปต่างประเทศเร็วกว่าส่งพัสดุหรือไม่?

โดยทั่วไปเอกสารผ่านศุลกากรเร็วกว่า เพราะไม่ต้องเสียภาษีและไม่ต้องตรวจสอบเนื้อหา ผู้ให้บริการหลายรายมีบริการ Express Document ที่เร็วกว่าพัสดุทั่วไป โดยใช้เวลาเพียง 1-3 วันไปยังประเทศหลัก แต่ต้องแน่ใจว่าส่งเฉพาะเอกสารจริงๆ ไม่ใส่สินค้าแอบอยู่ด้วย

หากต้องการให้พัสดุถึงภายในวันที่กำหนด ควรส่งกี่วันล่วงหน้า?

ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 เท่าของระยะเวลาที่ระบุ ตัวอย่างเช่น หากผู้ให้บริการระบุ 3-5 วัน ควรส่ง 10 วันล่วงหน้า หากเป็นช่วงเทศกาลหรือสินค้าที่ต้องตรวจสอบพิเศษ ควรเผื่อ 3 เท่า การส่งล่วงหน้าช่วยป้องกันปัญหาไม่คาดคิด เช่น พัสดุติดศุลกากร หรือที่อยู่ผู้รับต้องแก้ไข

มีบริการส่งแบบรับประกันเวลาถึงหรือไม่?

บริการ Express หลายรายมีการรับประกันเวลาจัดส่ง เช่น DHL Express 12:00 รับประกันถึงก่อนเที่ยง หรือ FedEx Priority Overnight รับประกันถึงเช้าวันถัดไป หากไม่ถึงตามเวลา ผู้ส่งอาจได้รับเงินคืนบางส่วนหรือทั้งหมด แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขละเอียด เพราะมีข้อยกเว้นสำหรับพื้นที่ห่างไกล วันหยุด หรือสาเหตุสุดวิสัย


การทราบว่าส่งของไปต่างประเทศ ใช้เวลากี่วัน ช่วยให้คุณวางแผนการส่งมอบสินค้าได้แม่นยำและเลือกบริการที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการส่งแบบเร่งด่วนหรือประหยัดต้นทุน การเปรียบเทียบตัวเลือกจากผู้ให้บริการหลายรายช่วยให้ได้ทั้งราคาและระยะเวลาที่คุ้มค่า หากคุณกำลังมองหาวิธีเช็คค่าขนส่งและเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ ก่อนตัดสินใจส่งของไปต่างประเทศ ParcelRadar.io รวบรวมข้อมูลจากผู้ให้บริการหลายรายไว้ในที่เดียว พร้อมช่วยคุณหาบริการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกชิปเมนท์

Exit mobile version