ส่งของไปอังกฤษ ราคาที่คุณต้องจ่ายไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขตายตัว แต่ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น น้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร ประเภทบริการขนส่ง สินค้าที่ส่ง และผู้ให้บริการที่เลือกใช้ บทความนี้จะอธิบายว่าค่าส่งคิดอย่างไร ควรเตรียมเอกสารอะไร ภาษีหรือศุลกากรมีผลเท่าไหร่ พร้อมแนะนำวิธีเช็คและเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจจองจริง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ราคาขึ้นกับน้ำหนัก ขนาด และประเภทบริการ: ค่าส่งจะคำนวณจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร แล้วแต่อันไหนสูงกว่า และแตกต่างกันระหว่าง Express, Economy, Air Freight หรือ Sea Freight
- ภาษีและศุลกากรขึ้นกับมูลค่าและประเภทสินค้า: สินค้าที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ที่อังกฤษกำหนดจะต้องเสียภาษีนำเข้า VAT และอาจมีค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากร
- เอกสารครบถ้วนช่วยลดความล่าช้า: ต้องมี Commercial Invoice หรือ Proforma Invoice CN22/CN23 และอาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า
- สินค้าบางประเภทต้องขออนุญาต: ของเหลว อาหาร เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐานอังกฤษมีข้อจำกัดและกฎเพิ่มเติม
- เปรียบเทียบราคาก่อนส่งจริงช่วยประหยัด: ใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบหรือขอใบเสนอราคาจากหลายผู้ให้บริการช่วยให้เลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการ
ส่งของไปอังกฤษ ราคาคิดอย่างไร
ค่าขนส่งไปอังกฤษไม่ได้มีราคาเดียวสำหรับทุกคน เพราะผู้ให้บริการจะคิดจากตัวแปรหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือน้ำหนักและขนาดของพัสดุ
น้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)
ผู้ให้บริการจะเปรียบเทียบน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร แล้วคิดค่าขนส่งจากอันที่สูงกว่า
น้ำหนักปริมาตรคำนวณจาก: (ยาว x กว้าง x สูง ซม.) ÷ 5000 (สำหรับ Express) หรือ ÷ 6000 (สำหรับ Economy/Air Freight)
ตัวอย่างเช่น หากส่งกล่องขนาด 40x30x30 ซม. น้ำหนักจริง 3 กิโลกรัม
- น้ำหนักปริมาตร = (40x30x30) ÷ 5000 = 7.2 กิโลกรัม
- ผู้ให้บริการจะคิดค่าส่งที่ 7.2 กิโลกรัม เพราะสูงกว่าน้ำหนักจริง
นี่คือเหตุผลที่การแพ็กให้กระชับช่วยประหยัดค่าส่งได้
ประเภทบริการขนส่ง
| ประเภทบริการ | ระยะเวลา | เหมาะกับ | ราคา |
|---|---|---|---|
| Express (DHL, FedEx, UPS) | 3-5 วัน | เอกสาร พัสดุเร่งด่วน สินค้ามูลค่าสูง | สูงสุด |
| Economy (EMS, ไปรษณีย์) | 7-14 วัน | ของฝาก สินค้าทั่วไป ไม่เร่งด่วน | ปานกลาง |
| Air Freight | 5-10 วัน | สินค้าหลายกล่อง น้ำหนักมาก 20+ กก. | ถูกกว่า Express สำหรับปริมาณมาก |
| Sea Freight (LCL/FCL) | 4-8 สัปดาห์ | สินค้าจำนวนมาก ไม่เร่งด่วน | ถูกที่สุดต่อกิโลกรัม |
บริการ Express เหมาะกับพัสดุเร่งด่วนหรือมูลค่าสูง แต่ค่าส่งแพงกว่า Economy อย่างมาก สำหรับชิปเมนท์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัม Air Freight หรือ Sea Freight อาจคุ้มกว่า
ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อราคา
- ปลายทาง: ส่งไปลอนดอนอาจถูกกว่าส่งไปเมืองเล็กห่างไกล
- ประเภทสินค้า: ของเหลว แบตเตอรี่ อาหาร หรือสินค้าอันตรายมีค่าส่งเพิ่มเติม
- ประกันภัย: หากต้องการคุ้มครองสินค้ามูลค่าสูง จะมีค่าบริการเพิ่ม
- ฤดูกาล: ช่วงคริสต์มาสหรือปีใหม่ค่าส่งอาจปรับขึ้นเพราะปริมาณพัสดุสูง
เอกสารที่จำเป็นสำหรับส่งของไปอังกฤษ
การเตรียมเอกสารครบถ้วนช่วยให้พัสดุผ่านศุลกากรได้รวดเร็วและไม่มีปัญหา
เอกสารพื้นฐาน
- Commercial Invoice หรือ Proforma Invoice: ระบุรายละเอียดสินค้า มูลค่า น้ำหนัก HS Code (ถ้ามี) ชื่อและที่อยู่ผู้ส่งและผู้รับ
- CN22/CN23: ใบศุลกากรสำหรับพัสดุส่วนตัว CN22 ใช้กับพัสดุมูลค่าไม่เกิน 300 ปอนด์ CN23 ใช้กับพัสดุมูลค่าสูงกว่า
- Packing List: รายการสินค้าและน้ำหนักแต่ละรายการ (สำหรับชิปเมนท์ใหญ่)
เคล็ดลับ: ระบุมูลค่าสินค้าตามจริง อย่าลดราคาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี เพราะถ้าตรวจพบจะโดนค่าปรับและยึดของได้
เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า
- อาหาร เครื่องสำอาง: ใบรับรอง Certificate of Origin หรือ Health Certificate
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: เอกสารรับรอง CE Mark หรือ UKCA Mark (ตั้งแต่ 2026)
- สินค้าที่ต้องใบอนุญาต: เช่น ยา อาวุธ พืช ต้องมีเอกสารจาก UK Border Force
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารส่งออก ดูได้ที่ คู่มือการส่งออกจาก BOI
ภาษีและศุลกากรเมื่อส่งของไปอังกฤษ
อังกฤษมีกฎเรื่องภาษีนำเข้าที่ผู้ส่งของต้องเข้าใจ โดยเฉพาะหลังจากที่ออกจาก EU (Brexit)
เกณฑ์เสียภาษี
- พัสดุมูลค่าไม่เกิน 135 ปอนด์: ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า Customs Duty แต่ต้องเสีย VAT 20%
- พัสดุมูลค่า 135-630 ปอนด์: เสีย VAT 20% และอาจเสีย Customs Duty ตามประเภทสินค้า (0-12%)
- พัสดุมูลค่าเกิน 630 ปอนด์: เสียทั้ง VAT และ Customs Duty แน่นอน
ตัวอย่าง: ส่งเสื้อผ้ามูลค่า 100 ปอนด์
- ภาษี VAT = 100 x 20% = 20 ปอนด์
- รวมทั้งหมด = 120 ปอนด์ (รวมค่าขนส่งและภาษี)
หมายเหตุ: ผู้รับมักเป็นคนจ่ายภาษี ยกเว้นตกลงกันไว้ หรือผู้ส่งจ่ายล่วงหน้าผ่าน DDP (Delivered Duty Paid)
ค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากร (Clearance Fee)
ผู้ให้บริการขนส่งอาจเรียกเก็บค่าบริการดำเนินการศุลกากร ประมาณ 10-15 ปอนด์ ขึ้นกับผู้ให้บริการ
สำหรับรายละเอียดภาษีอัตราล่าสุด ดูได้จาก กรมศุลกากรไทย
ข้อจำกัดและสินค้าต้องห้าม
อังกฤษมีข้อจำกัดสินค้าบางประเภทที่ต้องระวังก่อนส่ง
สินค้าต้องห้ามส่ง
- อาวุธ วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง
- ยาเสพติด ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์โดยไม่มีเอกสาร
- เงินสด มูลค่าเกิน 10,000 ยูโร
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ของปลอม
สินค้าที่ต้องขออนุญาต
- ของเหลว: น้ำหอม สบู่เหลว เครื่องสำอางต้องบรรจุภาชนะแน่น ไม่รั่ว
- อาหาร: ต้องมีฉลากภาษาอังกฤษ ระบุส่วนผสม วันหมดอายุ
- พืช เมล็ดพันธุ์: ต้องมี Phytosanitary Certificate
- แบตเตอรี่ ลิเธียม: ต้องบรรจุตามมาตรฐาน IATA ติดฉลากอันตราย
ข้อควรระวัง: บางผู้ให้บริการไม่รับส่งสินค้าอันตราย เช่น สเปรย์ ของเหลวไวไฟ หรือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
วิธีเช็คและเปรียบเทียบค่าส่งของไปอังกฤษ
การเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการช่วยให้ได้ราคาที่คุ้มค่าและบริการที่เหมาะสม
ขั้นตอนการเช็คราคา
- วัดและชั่งพัสดุ: วัดความยาว กว้าง สูง (ซม.) และน้ำหนักจริง (กิโลกรัม)
- คำนวณน้ำหนักปริมาตร: เพื่อประเมินน้ำหนักที่ผู้ให้บริการจะใช้คิดค่าส่ง
- เลือกประเภทบริการ: ตัดสินใจว่าต้องการ Express, Economy, Air Freight หรือ Sea Freight
- ใส่ข้อมูลเพื่อขอราคา: ใส่ต้นทาง ปลายทาง น้ำหนัก ขนาด และประเภทสินค้า
- เปรียบเทียบตัวเลือก: ดูราคา ระยะเวลา ประกันภัย และเงื่อนไขบริการ
หากต้องการเช็คราคาและเปรียบเทียบตัวเลือกสำหรับส่งของไปอังกฤษ แพลตฟอร์มอย่าง ParcelRadar.io ช่วยให้เห็นราคาจากหลายผู้ให้บริการในที่เดียว ประหยัดเวลาและเปรียบเทียบได้ง่าย
ปัจจัยที่ควรดูนอกจากราคา
- ระยะเวลา: บางครั้งจ่ายเพิ่มเล็กน้อยแต่ได้เร็วกว่าหลายวันคุ้มกว่า
- ประกันภัย: ครอบคลุมมูลค่าสินค้าหรือไม่ มีค่าเพิ่มเติมเท่าไหร่
- การติดตาม: มี tracking ครบทุกขั้นตอนหรือเปล่า
- บริการเสริม: มี door-to-door pickup หรือต้องนำไปส่งเอง
เคล็ดลับประหยัดค่าส่งและลดปัญหา
วิธีลดค่าขนส่ง
- แพ็กให้กระชับ: ลดขนาดกล่องให้น้อยที่สุดเพื่อลดน้ำหนักปริมาตร
- ส่งรวมกัน: ถ้ามีหลายชิ้น ส่งในกล่องเดียวกันถูกกว่าส่งแยกหลายกล่อง
- เลือกบริการที่เหมาะสม: ไม่เร่งด่วนก็ใช้ Economy หรือ Sea Freight
- ใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบ: หาผู้ให้บริการที่ดีลพิเศษหรือราคาถูกกว่า
การแพ็กของให้ปลอดภัย
- ใช้กล่องแข็งแรง ไม่ฉีกขาด
- ห่อสินค้าด้วยฟองอากาศหรือกระดาษห่อของแตก
- เติมที่ว่างด้วยกระดาษหรือโฟมป้องกันสินค้าเคลื่อนไหว
- ปิดกล่องด้วยเทปกาวแน่นทุกด้าน
- ติดฉลากชัดเจน เขียนที่อยู่ครบถ้วน
ข้อควรระวัง: อย่าแพ็กของหนักหรือแตกง่ายไว้ด้านบนของเบา
การเลือกผู้ให้บริการขนส่ง
มีผู้ให้บริการหลายรายที่ส่งของไปอังกฤษ แต่ละรายมีจุดเด่นต่างกัน
ผู้ให้บริการยอดนิยม
| ผู้ให้บริการ | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| DHL Express | เร็ว tracking ดี มีบริการครบ | พัสดุเร่งด่วน มูลค่าสูง |
| FedEx | เชื่อถือได้ ขนส่งเอกสารดี | ธุรกิจ เอกสารสำคัญ |
| UPS | ราคาแข่งขันได้ เครือข่ายกว้าง | สินค้าทั่วไป ธุรกิจ |
| EMS ไปรษณีย์ | ราคาปานกลาง ครอบคลุมทุกพื้นที่ | ของฝาก สินค้าไม่เร่งด่วน |
| Air Freight Forwarder | ถูกสำหรับปริมาณมาก | น้ำหนัก 20+ กก. |
| Sea Freight | ถูกที่สุด เหมาะกับสินค้ามาก | LCL/FCL ไม่เร่งด่วน |
การเลือกขึ้นกับความต้องการ หากเร่งด่วน DHL หรือ FedEx น่าเชื่อถือ หากต้องการประหยัดและไม่เร่ง EMS หรือ Air Freight คุ้มกว่า
สำหรับการเปรียบเทียบตัวเลือกเพิ่มเติม ลองเช็ค ผู้ให้บริการขนส่งต่าง ๆ ที่รองรับการส่งไปอังกฤษ
ระยะเวลาในการส่งของไปอังกฤษ
ระยะเวลาขึ้นกับบริการและช่วงเวลาที่ส่ง
ตารางระยะเวลาโดยประมาณ
- DHL/FedEx/UPS Express: 3-5 วันทำการ
- EMS: 7-10 วันทำการ
- Economy Postal: 10-14 วันทำการ
- Air Freight: 5-10 วันทำการ (รวมพิธีการศุลกากร)
- Sea Freight: 30-50 วัน (ขึ้นกับท่าเรือและเส้นทาง)
หมายเหตุ: ระยะเวลาอาจยาวขึ้นช่วงเทศกาล (พ.ย.-ธ.ค.) หรือถ้าสินค้าต้องตรวจเพิ่มเติมที่ศุลกากร
วิธีติดตามพัสดุหลังส่ง
เมื่อส่งพัสดุแล้ว การติดตามสถานะช่วยให้รู้ว่าของถึงไหนแล้ว
- เก็บ Tracking Number: รับจากผู้ให้บริการเมื่อส่งของ
- ใช้เว็บไซต์ผู้ให้บริการ: ใส่ Tracking Number เพื่อดูสถานะล่าสุด
- ดูสถานะศุลกากร: ถ้าขึ้นว่า "In customs" หมายความว่าอยู่ระหว่างตรวจ
- ติดต่อผู้รับ: เตรียมเอกสารหรือจ่ายภาษีถ้าศุลกากรติดต่อมา
บางแพลตฟอร์มให้บริการติดตามพัสดุหลายผู้ให้บริการในที่เดียว สะดวกกว่าต้องเช็คแต่ละเว็บไซต์
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
พัสดุค้างที่ศุลกากร
สาเหตุ:
- เอกสารไม่ครบถ้วนหรือข้อมูลไม่ตรงกัน
- มูลค่าสินค้าสูงต้องเสียภาษีแต่ยังไม่จ่าย
- สินค้าต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
วิธีแก้:
- ตรวจสอบว่าศุลกากรติดต่อผู้รับหรือยัง
- เตรียมเอกสารเพิ่มเติมถ้าขอ
- จ่ายภาษีตามที่แจ้ง
ค่าส่งแพงกว่าที่คาด
สาเหตุ:
- น้ำหนักปริมาตรสูงกว่าน้ำหนักจริง
- มีค่าบริการเสริมที่ไม่ได้แจ้งไว้
- ค่า Fuel Surcharge หรือ Peak Season เพิ่ม
วิธีแก้:
- ขอใบเสนอราคาแบบรวมทั้งหมด (All-in price)
- ถามค่าเพิ่มเติมทั้งหมดก่อนจอง
- เปรียบเทียบหลายผู้ให้บริการ
สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง
วิธีป้องกัน:
- แพ็กให้แข็งแรง ห่อของแตกหรือบอบบางให้ดี
- ซื้อประกันภัยสำหรับสินค้ามูลค่าสูง
- ติดฉลาก "Fragile" ถ้าของแตกง่าย
วิธีเคลม:
- แจ้งผู้ให้บริการทันทีที่พบความเสียหาย
- ถ่ายรูปพัสดุและสินค้าเสียหาย
- เตรียมใบเสร็จและเอกสารประกัน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่งของไปอังกฤษ ราคา
ส่งของไปอังกฤษ 1 กิโลกรัม ค่าส่งประมาณเท่าไหร่
ค่าส่งขึ้นกับบริการและขนาดพัสดุ โดยประมาณ DHL/FedEx Express อยู่ที่ 800-1,200 บาท EMS ประมาณ 600-900 บาท และ Economy Postal ประมาณ 400-600 บาท แต่ถ้าขนาดกล่องใหญ่จนน้ำหนักปริมาตรเกิน 1 กิโลกรัม ราคาจะสูงขึ้นตามน้ำหนักปริมาตร ควรขอราคาจริงจากผู้ให้บริการก่อนส่ง
ส่งของไปอังกฤษต้องเสียภาษีเท่าไหร่
พัสดุมูลค่าไม่เกิน 135 ปอนด์ต้องเสีย VAT 20% มูลค่า 135-630 ปอนด์เสีย VAT 20% บวก Customs Duty 0-12% (ตามประเภทสินค้า) และมูลค่าเกิน 630 ปอนด์เสียทั้ง VAT และ Customs Duty แน่นอน ผู้รับมักเป็นคนจ่ายภาษี ยกเว้นผู้ส่งจ่ายล่วงหน้า
ส่งของไปอังกฤษใช้เวลากี่วัน
DHL/FedEx/UPS Express ใช้เวลา 3-5 วัน EMS ประมาณ 7-10 วัน Economy Postal 10-14 วัน Air Freight 5-10 วัน และ Sea Freight 30-50 วัน ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นช่วงเทศกาลหรือถ้าพัสดุต้องตรวจที่ศุลกากรนานกว่าปกติ
สินค้าอะไรบ้างที่ส่งไปอังกฤษไม่ได้
สินค้าต้องห้ามรวมถึงอาวุธ วัตถุระเบิด ยาเสพติด เงินสดเกิน 10,000 ยูโร และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าบางประเภทเช่น ของเหลว อาหาร พืช แบตเตอรี่ ส่งได้แต่ต้องมีเอกสารหรือบรรจุตามมาตรฐาน ควรสอบถามผู้ให้บริการก่อนส่งทุกครั้ง
จ่ายภาษีล่วงหน้าหรือให้ผู้รับจ่ายดีกว่า
ขึ้นกับข้อตกลง ถ้าผู้ส่งจ่ายล่วงหน้า (DDP) ผู้รับไม่ต้องเสียเพิ่ม แต่ผู้ส่งต้องประเมินมูลค่าและภาษีล่วงหน้าถูกต้อง ถ้าให้ผู้รับจ่าย (DDU) ผู้รับต้องจ่ายเมื่อของถึง บางครั้งผู้รับไม่รู้หรือไม่พร้อมจ่ายทำให้พัสดุค้างที่ศุลกากร ควรตกลงกันชัดเจนก่อนส่ง
ส่งของหลายกล่องไปอังกฤษคิดค่าส่งอย่างไร
ผู้ให้บริการอาจคิดค่าส่งรวมทั้งหมด (ถ้าส่งพร้อมกัน) หรือคิดแยกแต่ละกล่อง (ถ้าส่งคนละเวลา) สำหรับชิปเมนท์หลายกล่องหรือน้ำหนักมาก Air Freight หรือ Sea Freight มักถูกกว่า Express มาก ควรขอใบเสนอราคาแบบ Consolidated Shipment เพื่อเปรียบเทียบ
การส่งของไปอังกฤษ ราคาที่เหมาะสมขึ้นกับการเตรียมตัวและการเลือกผู้ให้บริการที่ตรงกับความต้องการ ตั้งแต่การวัดน้ำหนัก เตรียมเอกสาร เข้าใจภาษี ไปจนถึงการเปรียบเทียบตัวเลือก หากคุณต้องการเช็คค่าส่งและเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการ ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเห็นตัวเลือกในที่เดียว ประหยัดเวลา และเลือกบริการที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับทุกชิปเมนท์

