การส่งของไปเกาหลีในปี 2026 มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพัสดุส่วนตัว ของฝาก หรือสินค้าเชิงพาณิชย์ แต่คำถามที่คนส่งมักถามบ่อยที่สุดคือ ส่งของไปเกาหลี ราคาเท่าไร แล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ค่าส่งแตกต่างกัน บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้ เช่น ประเภทการขนส่ง การคำนวณค่าส่ง เอกสารที่จำเป็น ภาษีนำเข้า ข้อจำกัดสินค้า และวิธีเลือกบริการที่เหมาะสมกับงบประมาณและประเภทสินค้าของคุณ
Key Takeaways
- ส่งของไปเกาหลี ราคาขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาด ประเภทการขนส่ง (Express/Air/Sea) และผู้ให้บริการ
- Volume Weight มักเป็นตัวกำหนดค่าส่งจริง สูตรคำนวณคือ กว้าง x ยาว x สูง (ซม.) ÷ 5000
- สินค้าต้องผ่านศุลกากรเกาหลี มีภาษีนำเข้า 0-8% (สินค้าส่วนตัว) ถึง 13-20% (สินค้าเชิงพาณิชย์)
- เอกสารที่จำเป็นคือ Commercial Invoice, Packing List, CN23/CN22 (สินค้าส่วนตัว)
- ของต้องห้าม: อาหารสด ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ ยาเสพติด อาวุธ พืชและเมล็ดพันธุ์
ปัจจัยที่กำหนด ส่งของไปเกาหลี ราคา
ค่าส่งของไปเกาหลีไม่ได้มีราคาเดียว แต่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การรู้จักปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินค่าใช้จ่ายได้แม่นยำและเลือกบริการที่คุ้มค่าที่สุด
น้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร (Volume Weight)
ผู้ให้บริการขนส่งจะเรียกเก็บค่าบริการตาม น้ำหนักที่มากกว่า ระหว่างน้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร
สูตรคำนวณ Volume Weight:
- สำหรับ Express (DHL, FedEx, UPS): กว้าง x ยาว x สูง (ซม.) ÷ 5000 = น้ำหนักปริมาตร (กก.)
- สำหรับ Air Freight: กว้าง x ยาว x สูง (ซม.) ÷ 6000 = น้ำหนักปริมาตร (กก.)
ตัวอย่าง: กล่องขนาด 50x40x30 ซม. น้ำหนักจริง 3 กก.
- Volume Weight (Express) = 50 x 40 x 30 ÷ 5000 = 12 กก.
- ระบบจะคิดค่าส่งตาม 12 กก. ไม่ใช่ 3 กก.
นี่คือเหตุผลที่ทำไมของขนาดใหญ่แต่เบาถึงมีค่าส่งแพง
ประเภทการขนส่ง
| ประเภท | ระยะเวลา | เหมาะกับ | ราคา |
|---|---|---|---|
| Express (DHL, FedEx, UPS) | 2-4 วัน | เอกสาร สินค้าด่วน ของมีค่า | สูงสุด |
| Air Freight | 5-10 วัน | สินค้าทั่วไป หลายกล่อง | ปานกลาง |
| Sea Freight LCL | 20-30 วัน | สินค้าเชิงพาณิชย์ จำนวนมาก | ถูกสุด |
| Sea Freight FCL | 20-30 วัน | ตู้เต็มใบ (20ft/40ft) | คุ้มที่สุดต่อชิ้น |
ผู้ให้บริการขนส่ง
แต่ละผู้ให้บริการมีเรทราคาต่างกัน และขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับสายการบินหรือเรือ
ผู้ให้บริการหลัก:
- DHL Express: เร็วที่สุด ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ราคาแพงกว่า
- FedEx: บริการครอบคลุม ราคาแข่งขันได้
- UPS: มีจุดรับของในเกาหลีหลายจุด
- Thailand Post EMS: ราคาประหยัด แต่ช้ากว่า
- ผู้ให้บริการ Freight Forwarder: เหมาะกับสินค้าจำนวนมาก ต่อรองราคาได้
การเปรียบเทียบค่าส่งจากหลายผู้ให้บริการในที่เดียวจะช่วยประหยัดเวลาและเงิน แพลตฟอร์มอย่าง ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเช็คราคาและเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดได้อย่างรวดเร็ว
ประเภทสินค้า
สินค้าบางประเภทต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษ เช่น:
- สินค้าอันตราย (Dangerous Goods): แบตเตอรี่ลิเธียม น้ำหอม สเปรย์
- สินค้าเปราะบาง: ต้องบรรจุภัณฑ์พิเศษ
- อิเล็กทรอนิกส์: ต้องประกันสินค้า
วิธีคำนวณค่าส่งของไปเกาหลี
การคำนวณค่าส่งอย่างแม่นยำช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณได้ดีขึ้น นี่คือขั้นตอนที่คุณควรทำ
ขั้นตอนการคำนวณ
-
วัดขนาดและชั่งน้ำหนัก
- วัดกล่องด้วยเมตร (กว้าง x ยาว x สูง ในหน่วยเซนติเมตร)
- ชั่งน้ำหนักจริงด้วยตาชั่ง
-
คำนวณ Volume Weight
- ใช้สูตร: กว้าง x ยาว x สูง ÷ 5000 (Express) หรือ 6000 (Air)
- เทียบกับน้ำหนักจริง เลือกตัวที่มากกว่า
-
ตรวจสอบโซนปลายทาง
- เกาหลีอยู่ในโซนเอเชีย แต่แต่ละผู้ให้บริการแบ่งโซนต่างกัน
- โซลและปูซานอาจมีราคาต่างจากเมืองเล็ก
-
เช็คค่าบริการเพิ่มเติม
- ค่าเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge): 15-25% ของค่าขนส่ง
- ค่า Remote Area: หากส่งไปพื้นที่ห่างไกล
- ค่าประกันสินค้า: 1-3% ของมูลค่าสินค้า
- ค่าดำเนินการศุลกากร: 300-1,000 บาท
เครื่องมือช่วยคำนวณ
แทนที่จะคำนวณเองทีละผู้ให้บริการ ใช้แพลตฟอร์มที่รวมเครื่องมือเปรียบเทียบไว้ เช่น เช็คค่าส่งพัสดุระหว่างประเทศ จะให้ผลลัพธ์จากหลายผู้ให้บริการพร้อมกัน
ตัวอย่างค่าส่ง (โดยประมาณ):
| น้ำหนัก | Express | Air Freight | Sea LCL |
|---|---|---|---|
| 1 กก. | 800-1,200 บาท | 500-700 บาท | ไม่คุ้ม |
| 5 กก. | 2,500-3,500 บาท | 1,800-2,500 บาท | ไม่คุ้ม |
| 20 กก. | 8,000-12,000 บาท | 5,000-7,000 บาท | 3,500-5,000 บาท |
| 100 กก. | 35,000-50,000 บาท | 20,000-30,000 บาท | 12,000-18,000 บาท |
💡 Tip: ค่าส่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงฤดูกาล (High Season: ต.ค. – ธ.ค. ค่าส่งแพงกว่า) และอัตราแลกเปลี่ยน หากส่งเป็นประจำ ควรขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการโดยตรงเพื่อต่อรองราคาได้
เอกสารที่จำเป็นสำหรับส่งของไปเกาหลี
การส่งของไปเกาหลีทุกครั้งต้องมีเอกสารครบถ้วนเพื่อผ่านศุลกากรทั้งไทยและเกาหลี เอกสารที่ขาดหายอาจทำให้พัสดุถูกระงับหรือเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
เอกสารพื้นฐาน
1. Commercial Invoice (สำหรับสินค้าเชิงพาณิชย์)
- รายละเอียดสินค้า (ชื่อ จำนวน มูลค่า)
- ที่อยู่ผู้ส่งและผู้รับ
- เงื่อนไขการชำระเงิน (Incoterms: FOB, CIF, EXW)
- HS Code ของสินค้า
2. Packing List
- รายละเอียดการบรรจุหีบห่อ
- น้ำหนักรวมและขนาด
- จำนวนกล่อง/ลัง
3. CN22/CN23 (สำหรับสินค้าส่วนตัว)
- CN22: มูลค่าไม่เกิน 300 USD
- CN23: มูลค่าเกิน 300 USD
4. Certificate of Origin (C/O)
- จำเป็นสำหรับสินค้าบางประเภทเพื่อลดหรือยกเว้นภาษีตาม FTA
5. Product Certificates (ขึ้นกับสินค้า)
- อาหาร: ใบรับรองอย.
- เครื่องสำอาง: ใบรับรอง GMP
- อิเล็กทรอนิกส์: KC Mark certification
ขั้นตอนการผ่านศุลกากร
- ยื่นเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศุลกากรเกาหลี (UNI-PASS)
- ตรวจสอบสินค้า (ถ้าจำเป็น)
- ชำระภาษีนำเข้า
- ปล่อยสินค้า
ระยะเวลาผ่านศุลกากรโดยเฉลี่ย 1-3 วันทำการ แต่อาจนานขึ้นหากเอกสารไม่ครบหรือสินค้าต้องตรวจเพิ่มเติม
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งออกจากไทยสามารถตรวจสอบได้ที่กรมศุลกากร
ภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
เมื่อของถึงเกาหลี ผู้รับต้องเสียภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย การเข้าใจโครงสร้างภาษีช่วยให้คุณประเมินต้นทุนรวมได้ถูกต้อง
โครงสร้างภาษีนำเข้าของเกาหลี
1. ภาษีนำเข้า (Customs Duty)
- สินค้าส่วนตัว: 0-8% ของมูลค่าสินค้า
- สินค้าเชิงพาณิชย์: 8-20% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- อัตราเดียว 10% ของ (มูลค่าสินค้า + ภาษีนำเข้า + ค่าขนส่ง)
3. ยกเว้นภาษี
- สินค้าส่วนตัวมูลค่าไม่เกิน 150 USD (ประมาณ 5,000 บาท)
- ของขวัญ ของที่ระลึก มูลค่าต่ำ
ตัวอย่างการคำนวณภาษี:
- มูลค่าสินค้า: 10,000 บาท (285 USD)
- ภาษีนำเข้า 8%: 800 บาท
- ฐานภาษี VAT: 10,000 + 800 = 10,800 บาท
- VAT 10%: 1,080 บาท
- รวมภาษีทั้งหมด: 1,880 บาท
ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
- ค่าดำเนินการศุลกากร: 500-1,500 บาท (ขึ้นกับผู้ให้บริการ)
- ค่าจัดเก็บสินค้า: หากไม่รับสินค้าภายใน 3-5 วัน อาจมีค่าเก็บรักษาสินค้า
- ค่าตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม: กรณีเอกสารไม่ครบ
⚠️ Warning: หากไม่ชำระภาษีภายในกำหนด สินค้าจะถูกส่งกลับต้นทาง หรือทำลายตามกฎหมาย ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่ง
ของต้องห้ามและข้อจำกัด
เกาหลีมีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับสินค้าบางประเภท การส่งของต้องห้ามอาจถูกปรับหรือดำเนินคดี
สินค้าต้องห้ามเด็ดขาด
- ยาเสพติด ทุกชนิด
- อาวุธ ระเบิด วัตถุอันตราย
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ของปลอม
- สื่อลามกอนาจาร
- เงินสด เกิน 10,000 USD ต้องแจ้งล่วงหน้า
สินค้าที่มีข้อจำกัด
อาหารและพืชพันธุ์:
- ห้าม: เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ผลไม้สด พืชมีชีวิต
- อนุญาตบางประเภท: ขนมแห้ง อาหารกระป๋อง (ต้องมีฉลากภาษาเกาหลี)
เครื่องสำอาง:
- ต้องมี KC Mark certification
- มูลค่าเกิน 200 USD ต้องมีใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกส์:
- แบตเตอรี่ลิเธียม: ต้องบรรจุในอุปกรณ์ มีข้อจำกัดปริมาณ
- โดรน: ต้องขออนุญาต
ยาและอาหารเสริม:
- ยาใช้ส่วนตัว: อนุญาตไม่เกิน 6 เดือน
- อาหารเสริม: ต้องมีใบรับรองจาก KFDA
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถตรวจสอบได้ที่ Korea Customs Service (customs.go.kr)
เลือกบริการขนส่งแบบไหนให้เหมาะกับของคุณ
การเลือกประเภทการขนส่งที่เหมาะสมช่วยลดต้นทุนและได้รับของตามเวลา มาดูตัวเลือกแต่ละแบบอย่างละเอียด
Express Courier (DHL, FedEx, UPS)
เหมาะกับ:
- เอกสารสำคัญ
- ตัวอย่างสินค้า
- ของมีค่าสูง
- สินค้าที่ต้องการรวดเร็ว
ข้อดี:
- เร็วที่สุด (2-4 วัน)
- ติดตามได้ตลอดเวลา
- ครอบคลุมทุกพื้นที่
- ผ่านศุลกากรรวดเร็ว
ข้อเสีย:
- ราคาแพงที่สุด
- Volume Weight ส่งผลมาก
Air Freight
เหมาะกับ:
- สินค้าหลายกล่อง (5-100 กก.)
- ของใช้ส่วนตัวจำนวนมาก
- สินค้าเชิงพาณิชย์ขนาดกลาง
ข้อดี:
- เร็วกว่า Sea Freight
- ราคาถูกกว่า Express
- เหมาะกับของหนักแต่ไม่ด่วนมาก
ข้อเสีย:
- ต้องรอจัดเที่ยวบิน
- ต้องจัดการศุลกากรเอง
สำหรับผู้ที่ส่งสินค้าเชิงพาณิชย์หรือมีหลายกล่อง บริการ Air Freight ระหว่างประเทศ ช่วยให้คุณเปรียบเทียบราคาจากหลายสายการบินและเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
Sea Freight LCL/FCL
เหมาะกับ:
- สินค้าจำนวนมาก (100 กก. ขึ้นไป)
- ของไม่เร่งด่วน
- การส่งออกเชิงธุรกิจ
ข้อดี:
- ถูกที่สุด
- รองรับน้ำหนักมาก
- เหมาะกับ CBM สูง
ข้อเสีย:
- ช้าที่สุด (20-30 วัน)
- ต้องมีใบ B/L, Invoice ครบถ้วน
- ต้องรอจัดเที่ยวเรือ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าระวางเรือสามารถดูได้ที่สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
เทคนิคประหยัดค่าส่งของไปเกาหลี
การวางแผนก่อนส่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก นี่คือเทคนิคที่ใช้ได้จริง
ลดน้ำหนักปริมาตร
- เลือกกล่องขนาดเหมาะสม: อย่าใช้กล่องใหญ่เกินความจำเป็น
- บีบอากาศออก: สินค้าที่นิ่ม เช่น เสื้อผ้า ใช้ถุงสุญญากาศ
- แกะกล่องสินค้าออก: หากเป็นได้ ลดพื้นที่ว่าง
เลือกเวลาส่งที่เหมาะสม
- Low Season (ม.ค. – เม.ย., มิ.ย. – ส.ค.): ค่าส่งถูกกว่า
- High Season (ต.ค. – ธ.ค.): ค่าส่งแพงขึ้น 20-40% เพราะเป็นช่วงเทศกาล
รวมของหลายชิ้นเป็นกล่องเดียว
แทนที่จะส่ง 3 กล่อง ให้รวมเป็นกล่องใหญ่กล่องเดียว ค่าส่งจะถูกกว่า (ถ้า Volume Weight ไม่เกินมาก)
ใช้บริการเปรียบเทียบราคา
เช็คราคาจากหลายผู้ให้บริการ ในที่เดียวช่วยให้เห็นความแตกต่างของราคาและเลือกได้ชัดเจน
ซื้อประกันสินค้าที่จำเป็นเท่านั้น
หากของมูลค่าต่ำ ประกันมาตรฐานอาจเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อประกันเพิ่ม
💡 Tip: การส่งเป็นประจำควรเจรจาราคากับผู้ให้บริการโดยตรง บางครั้งได้ส่วนลด 10-20% เมื่อมีปริมาณส่งสูง
ตัวอย่างจริงจากการส่งของไปเกาหลี
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูตัวอย่างการส่งของแบบต่าง ๆ
กรณีที่ 1: ส่งเสื้อผ้าให้เพื่อนที่เกาหลี
รายละเอียด:
- น้ำหนัก: 2 กก.
- ขนาด: 30x25x15 ซม.
- Volume Weight: 30x25x15÷5000 = 2.25 กก. (ใช้ค่านี้)
- มูลค่า: 2,000 บาท
ตัวเลือก:
- DHL Express: 1,200 บาท (3 วัน)
- EMS Thailand Post: 650 บาท (7-10 วัน)
- Air Freight: ไม่คุ้ม (น้ำหนักน้อย)
ภาษี: ยกเว้น (มูลค่าต่ำกว่า 150 USD)
กรณีที่ 2: ร้านค้าออนไลน์ส่งสินค้าไปขาย
รายละเอียด:
- น้ำหนัก: 50 กก.
- ขนาด: 5 กล่อง (กล่องละ 40x30x30 ซม.)
- Volume Weight: 5 x (40x30x30÷5000) = 36 กก. (ใช้น้ำหนักจริง 50 กก.)
- มูลค่า: 80,000 บาท
ตัวเลือก:
- FedEx Express: 18,000 บาท (3-4 วัน)
- Air Freight: 12,000 บาท (7-10 วัน) ✓ เหมาะสมที่สุด
- Sea LCL: 8,000 บาท (25 วัน)
เอกสาร: Commercial Invoice, Packing List, Certificate of Origin (ถ้าต้องการลดภาษี)
ภาษี: ประมาณ 15,000-18,000 บาท (8% + VAT 10%)
กรณีที่ 3: ธุรกิจส่งสินค้าคอนเทนเนอร์
รายละเอียด:
- น้ำหนัก: 8,000 กก.
- ขนาด: 20ft Container (FCL)
- มูลค่า: 500,000 บาท
ตัวเลือก:
- Sea Freight FCL 20ft: 35,000-45,000 บาท (20-25 วัน) ✓ คุ้มที่สุด
- Air Freight: มากกว่า 300,000 บาท (ไม่คุ้ม)
เอกสาร: Commercial Invoice, Packing List, Bill of Lading (B/L), Certificate of Origin, Product Certificate
ภาษี: ประมาณ 90,000-100,000 บาท
FAQ เกี่ยวกับ ส่งของไปเกาหลี ราคา
1. ส่งของไปเกาหลี ราคาขั้นต่ำเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ โดยทั่วไป EMS Thailand Post เริ่มต้นประมาณ 400-500 บาท สำหรับพัสดุน้ำหนัก 1 กก. ส่วน Express Courier (DHL, FedEx) เริ่มต้นประมาณ 800-1,000 บาท
2. Volume Weight คำนวณอย่างไร?
สำหรับ Express ใช้สูตร: กว้าง x ยาว x สูง (ซม.) ÷ 5000 = Volume Weight (กก.) ระบบจะคิดค่าส่งตามน้ำหนักที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงและ Volume Weight
3. ส่งอาหารไปเกาหลีได้ไหม?
อาหารแห้ง ขนมกระป๋อง ส่งได้ แต่เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ผลไม้สด ส่งไม่ได้ อาหารทุกชนิดต้องมีฉลากภาษาเกาหลีและผ่าน KFDA
4. ภาษีนำเข้าคิดจากอะไร?
คิดจากมูลค่าสินค้า + ค่าส่ง + ค่าประกันภัย (CIF Value) อัตราภาษีขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โดยเฉลี่ย 8-13% แล้วบวก VAT 10% อีกที
5. ใช้เวลาส่งกี่วัน?
Express 2-4 วัน, Air Freight 7-10 วัน, Sea Freight 20-30 วัน ระยะเวลาไม่รวมการผ่านศุลกากร
6. ต้องไปรับของที่ไหน?
Express จะส่งถึงบ้าน Air Freight/Sea Freight ต้องไปรับที่ท่าอากาศยาน/ท่าเรือ หรือจ้าง Freight Forwarder ส่งต่อให้
7. ของติดศุลกากรทำยังไง?
ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเช็คสาเหตุ มักเกิดจากเอกสารไม่ครบหรือมูลค่าไม่ตรง ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมและอาจเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม
8. เช็คสถานะพัสดุได้ที่ไหน?
ใช้ Tracking Number เช็คที่เว็บผู้ให้บริการ หรือใช้แพลตฟอร์มติดตามพัสดุที่รวมหลายผู้ให้บริการไว้ เช่น ParcelRadar.io
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ส่งของไปญี่ปุ่น: เช็คค่าส่ง เอกสาร และข้อแตกต่างจากการส่งไปเกาหลี
- วิธีคำนวณ Volume Weight อย่างถูกต้อง: คู่มือครบทุกประเภทการขนส่ง
- ภาษีนำเข้าต่างประเทศ: เข้าใจอัตราภาษีของแต่ละประเทศ
- Air Freight vs Sea Freight: เปรียบเทียบทุกมิติเพื่อเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ
- เอกสารส่งออกที่จำเป็น: Commercial Invoice, Packing List, B/L ครบจบในที่เดียว
การเข้าใจ ส่งของไปเกาหลี ราคา และปัจจัยที่มีผลต่อค่าขนส่งช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณและเลือกบริการที่คุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะส่งพัสดุส่วนตัวหรือสินค้าเชิงพาณิชย์ การเปรียบเทียบตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการจะช่วยประหยัดเงินและเวลาได้มาก ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเช็คและเปรียบเทียบค่าขนส่งระหว่างประเทศจากผู้ให้บริการหลายรายในที่เดียว ครอบคลุมทั้ง Express, Air Freight, Sea Freight พร้อมเครื่องมือคำนวณ Volume Weight และบริการติดตามสถานะพัสดุแบบเรียลไทม์ เริ่มต้นเปรียบเทียบราคาและเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการส่งของของคุณวันนี้

