ข้ามไปยังเนื้อหา
คู่มือส่งของรายประเทศ

ส่งของไปฝรั่งเศส วิธีเช็คค่าส่ง เอกสาร ภาษี และเลือกขนส่ง

กล่องพัสดุพร้อมป้ายที่อยู่และสัญลักษณ์ธงฝรั่งเศสบนโต๊ะเตรียมส่ง

การส่งของไปฝรั่งเศสจากไทยไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ราคาขึ้นอยู่กับอะไร และควรเลือกบริการแบบไหน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่วิธีขอราคา การคำนวณน้ำหนัก เอกสารที่จำเป็น ภาษีนำเข้า ข้อจำกัดสินค้า จนถึงการเลือกช่องทางขนส่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นพัสดุส่วนตัว ของฝาก หรือสินค้าธุรกิจ

Table of Contents

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ค่าส่งขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาด ประเภทบริการ และผู้ให้บริการ ควรเปรียบเทียบตัวเลือกก่อนตัดสินใจ
  • เอกสารหลักคือใบแนบพัสดุ (Commercial Invoice) และบัญชีสินค้า ต้องระบุมูลค่า รายละเอียดสินค้า และข้อมูลผู้รับครบถ้วน
  • ภาษีนำเข้าฝรั่งเศสคือ VAT 20% และอาจมีอากรขาเข้า ขึ้นอยู่กับประเภทและมูลค่าสินค้า
  • มีข้อจำกัดสินค้าหลายประเภท เช่น อาหารสด เครื่องสำอาง แบตเตอรี่ลิเธียม และสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
  • ตัวเลือกขนส่งหลักคือ Express, Economy, Air Freight และ Sea Freight แต่ละแบบมีราคาและระยะเวลาต่างกัน

วิธีเช็คค่าส่งของไปฝรั่งเศส

Comparing shipping costs

ค่าส่งของไปฝรั่งเศสไม่ได้มีราคาเดียว แต่เปลี่ยนไปตามน้ำหนักจริง น้ำหนักปริมาตร ประเภทบริการ และผู้ให้บริการแต่ละราย วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ระบบเปรียบเทียบราคาที่รวมตัวเลือกหลาย ๆ รายไว้ในที่เดียว

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าส่ง

  • น้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight) ผู้ให้บริการจะเก็บตามค่าที่สูงกว่า
  • ประเภทบริการ เช่น Express (3-5 วัน) แพงกว่า Economy (7-14 วัน)
  • เส้นทางและโซนปลายทาง พื้นที่ห่างไกลหรือเกาะเล็กมักมีค่าบริการเพิ่ม
  • ผู้ให้บริการ DHL, FedEx, UPS, EMS และ Air/Sea Freight มีโครงสร้างราคาต่างกัน

การใช้แพลตฟอร์มอย่าง ParcelRadar.io ช่วยให้คุณกรอกข้อมูลครั้งเดียวแล้วดูตัวเลือกจากผู้ให้บริการหลายรายพร้อมกัน ทำให้เปรียบเทียบได้ง่ายและเลือกได้ตรงความต้องการ

วิธีคำนวณน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)

สูตรทั่วไป:
(ความยาว cm × ความกว้าง cm × ความสูง cm) ÷ 5000 = น้ำหนักปริมาตร (kg)

ตัวอย่าง
กล่องขนาด 40 × 30 × 25 cm น้ำหนักจริง 3 kg

  • น้ำหนักปริมาตร = (40 × 30 × 25) ÷ 5000 = 6 kg
  • ผู้ให้บริการจะคิดตาม 6 kg เพราะสูงกว่าน้ำหนักจริง

หากแพ็กของแน่น ใช้กล่องพอดีกับสินค้า จะช่วยลดน้ำหนักปริมาตรและประหยัดค่าขนส่งได้

เอกสารที่ต้องใช้ในการส่งของไปฝรั่งเศส

เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนช่วยให้การผ่านศุลกากรฝรั่งเศสรวดเร็วและลดโอกาสถูกหน่วงหรือส่งคืน

เอกสารหลักที่จำเป็น

เอกสาร วัตถุประสงค์ รายละเอียดที่ควรระบุ
Commercial Invoice แสดงมูลค่าและรายละเอียดสินค้า ชื่อสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก ราคาต่อหน่วย มูลค่ารวม HS Code
Packing List รายการบรรจุภัณฑ์ น้ำหนักต่อกล่อง จำนวนกล่อง รายละเอียดการแพ็ก
ใบแนบพัสดุ (Shipping Label) ติดกล่อง ชื่อผู้ส่ง ผู้รับ ที่อยู่ครบ เบอร์ติดต่อ Tracking Number
EORI Number (สำหรับธุรกิจ) เลขผู้ประกอบการใน EU ใช้สำหรับการนำเข้า-ส่งออกเชิงพาณิชย์ใน EU

ข้อมูลที่ต้องระบุใน Commercial Invoice

  • ชื่อและที่อยู่ผู้ส่ง-ผู้รับ ครบถ้วนพร้อมเบอร์โทรศัพท์
  • รายละเอียดสินค้า ระบุเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส
  • HS Code รหัสพิกัดศุลกากร 6-10 หลัก เพื่อคำนวณภาษี
  • มูลค่าสินค้าและสกุลเงิน ต้องเป็นจริง ห้ามแจ้งต่ำเกินไป
  • Country of Origin ประเทศต้นกำเนิดสินค้า

เคล็ดลับ: ใช้ ระบบ TARIC ของ EU เพื่อหา HS Code และตรวจสอบอัตราภาษีล่าสุดก่อนส่ง

ภาษีนำเข้าและอากรขาเข้า

Import duties and VAT

ฝรั่งเศสใช้ระบบศุลกากรของสหภาพยุโรป (EU) ผู้รับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอาจต้องเสียอากรขาเข้า (Customs Duty) ขึ้นอยู่กับประเภทและมูลค่าสินค้า

โครงสร้างภาษีสำหรับการนำเข้า

  • VAT (TVA) อัตรามาตรฐาน 20% คำนวณจาก (มูลค่าสินค้า + ค่าขนส่ง + อากรขาเข้า)
  • Customs Duty 0-17% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและ HS Code
  • เกณฑ์ยกเว้น ของขวัญส่วนตัวมูลค่าไม่เกิน €45 ยกเว้น VAT และอากร (ข้อมูล ณ ปี 2026)

ตัวอย่างการคำนวณภาษี
สินค้ามูลค่า €100 ค่าขนส่ง €30 อากรขาเข้า 5%

  1. ฐานคำนวณอากร = €100 + €30 = €130
  2. อากรขาเข้า = €130 × 5% = €6.50
  3. ฐาน VAT = €130 + €6.50 = €136.50
  4. VAT = €136.50 × 20% = €27.30
  5. ยอดรวมที่ผู้รับต้องจ่าย = €6.50 + €27.30 = €33.80

อัตราภาษีจริงอาจแตกต่างตาม HS Code และข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดจาก TARIC หรือสอบถามผู้ให้บริการขนส่ง

ใครเป็นผู้จ่ายภาษี?

  • DDP (Delivered Duty Paid) ผู้ส่งจ่ายภาษีทั้งหมดล่วงหน้า
  • DDU (Delivered Duty Unpaid) ผู้รับจ่ายภาษีตอนรับของ
  • ในกรณีส่งพัสดุส่วนตัวหรือของฝาก ส่วนใหญ่จะเป็น DDU และ Courier จะเก็บภาษีพร้อมค่าธรรมเนียมดำเนินการ (Handling Fee) เพิ่มเติม

ข้อจำกัดและของต้องห้ามในการส่งไปฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสและ EU มีกฎเกี่ยวกับสินค้าที่สามารถนำเข้าได้ค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

สินค้าต้องห้ามและจำกัด

ประเภทสินค้า ข้อจำกัด ทางออก
อาหารสด เนื้อสัตว์ นม ต้องห้ามส่งทางไปรษณีย์และ Courier ใช้ Air/Sea Freight พร้อมใบรับรอง
พืชและเมล็ดพันธุ์ ต้องมี Phytosanitary Certificate ติดต่อกรมวิชาการเกษตร
เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ต้องผ่าน EU Cosmetics Regulation ตรวจสอบส่วนผสมและฉลาก
แบตเตอรี่ลิเธียม ต้องบรรจุตามมาตรฐาน IATA ใช้กล่องเฉพาะ มีฉลากเตือน
ยาและอาหารเสริม จำกัดปริมาณ ต้องมีใบสั่งแพทย์บางชนิด ส่งได้เฉพาะใช้ส่วนตัว ปริมาณพอควร
สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ห้ามนำเข้า ถูกยึด ส่งเฉพาะสินค้าของแท้หรือมีใบอนุญาต

ข้อควรระวัง: อาหารแห้ง เช่น ขนมไทย อาจส่งได้ แต่ต้องแพ็กให้มิดชิด มีฉลากภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส และระบุส่วนผสม หากไม่แน่ใจควรสอบถามผู้ให้บริการก่อน

เอกสารพิเศษที่อาจต้องใช้

  • Certificate of Origin (C/O) สำหรับสินค้ามูลค่าสูง หรือใช้สิทธิพิเศษภาษี
  • Health Certificate สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารเสริม
  • Safety Certificate (CE Mark) สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้

หากเป็นการส่งเชิงธุรกิจ ควรปรึกษา Freight Forwarder ที่มีประสบการณ์เพื่อดูแลเรื่องเอกสารและพิธีการศุลกากรให้

วิธีเลือกบริการส่งของไปฝรั่งเศส

ตัวเลือกขนส่งมีหลายแบบ แต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน ทั้งในแง่ราคา ระยะเวลา และปริมาณของ

เปรียบเทียบตัวเลือกขนส่ง

บริการ ระยะเวลา เหมาะกับ ข้อดี ข้อเสีย
Express Courier (DHL, FedEx, UPS) 3-5 วัน พัสดุเร่งด่วน เอกสารสำคัญ สินค้ามูลค่าสูง รวดเร็ว ติดตามง่าย ประกันครอบคลุม ค่าบริการสูง
Economy Courier 7-14 วัน พัสดุทั่วไป ของฝาก ถูกกว่า Express ยังมีการติดตาม ช้ากว่า ต้องรอนาน
EMS ไปรษณีย์ 7-10 วัน พัสดุส่วนตัว มูลค่าไม่สูง ราคาปานกลาง เชื่อถือได้ จำกัดน้ำหนักและขนาด
Air Freight 5-10 วัน สินค้าธุรกิจ หลายกล่อง น้ำหนักตั้งแต่ 100 kg ขึ้นไป คุ้มกว่าเมื่อส่งปริมาณมาก ต้องผ่าน Customs Broker
Sea Freight (LCL/FCL) 30-45 วัน สินค้าจำนวนมาก ไม่เร่งด่วน ถูกที่สุด รับน้ำหนักมาก ช้า ต้องรอเรือและพิธีการ

หากต้องการส่งพัสดุหลายกล่องหรือมีน้ำหนักรวมมาก การใช้ Air Freight อาจคุ้มกว่าส่งแยกทีละกล่อง เพราะคิดตามน้ำหนักรวม (Gross Weight) แทนน้ำหนักแต่ละกล่อง

ขั้นตอนการส่งของผ่าน Courier

  1. ตรวจสอบสินค้า ห้ามส่งหรือจำกัด
  2. แพ็กให้มั่นคง ใช้กล่องแข็ง บับเบิ้ล และกันกระแทก
  3. เตรียมเอกสาร Commercial Invoice, Packing List, ใบแนบพัสดุ
  4. ขอใบเสนอราคา เปรียบเทียบจาก ParcelRadar.io
  5. ชำระเงินและจอง ตามที่ผู้ให้บริการแนะนำ
  6. นัดรับหรือนำส่งของ ตามกำหนด
  7. ติดตามสถานะ ผ่าน Tracking Number

เคล็ดลับ: ถ่ายรูปสินค้าและการแพ็กไว้เป็นหลักฐาน เผื่อเกิดปัญหาระหว่างทาง

การแพ็กของให้ปลอดภัยและผ่านศุลกากรได้เร็ว

Packing tips for France

การแพ็กที่ดีช่วยลดความเสี่ยงสินค้าเสียหายและทำให้ผ่านศุลกากรได้รวดเร็ว

เทคนิคการแพ็กที่แนะนำ

  • เลือกกล่องที่แข็งแรง เหมาะกับน้ำหนัก ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป
  • ใช้บับเบิ้ลหุ้มสินค้า โดยเฉพาะของแตกหักง่าย
  • กรอกช่องว่างด้วย Foam หรือกระดาษยัด ป้องกันเคลื่อนไหวในกล่อง
  • ปิดเทปอย่างมั่นคง ใช้เทปกาวแกน 3 นิ้ว ปิดทุกรอยต่อ
  • ติดฉลากชัดเจน พิมพ์ที่อยู่ ไม่เขียนมือ หุ้มพลาสติกกันน้ำ
  • ระบุ "FRAGILE" หรือ "THIS SIDE UP" เมื่อจำเป็น

ข้อควรระวัง: ห้ามใส่ของหลายชนิดปนกันโดยไม่แยก เพราะถ้ามีของต้องห้ามปนอยู่ ทั้งกล่องอาจถูกยึด

ฉลากและเอกสารภายนอก

  • ติด Shipping Label ด้านหน้ากล่องชัดเจน
  • ใส่ Commercial Invoice ใน Pouch ติดกล่อง หรือแนบภายใน
  • ระบุ Tracking Number ทุกกล่อง
  • ถ้าส่งหลายกล่อง ให้เขียน "Box 1 of 3, Box 2 of 3" เพื่อป้องกันสูญหาย

การพิมพ์เอกสารที่ชัดเจนและติดในตำแหน่งที่มองเห็นง่าย ช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรประมวลผลได้เร็วขึ้น

ระยะเวลาขนส่งและการติดตามสถานะ

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับบริการและเส้นทาง แต่โดยประมาณเป็นดังนี้

บริการ ระยะเวลาประมาณ หมายเหตุ
DHL Express 3-4 วัน เร็วที่สุด แต่แพง
FedEx/UPS Express 3-5 วัน มีประกันครอบคลุม
Economy/Standard 7-14 วัน ราคาปานกลาง อาจล่าช้าช่วงเทศกาล
EMS 7-10 วัน พอใช้ได้ รองรับน้ำหนักจำกัด
Air Freight 5-10 วัน + Customs ต้องรอขึ้นเที่ยวบิน
Sea Freight 30-45 วัน + Customs ช้าแต่ถูก เหมาะของเยอะ

การติดตามพัสดุทำได้ผ่าน Tracking Number ที่ผู้ให้บริการแจ้งให้ บาง Courier มี App หรือ SMS แจ้งเตือนอัตโนมัติ หากติดขัดที่ศุลกากรฝรั่งเศส อาจต้องให้ผู้รับแสดงเอกสารเพิ่มเติมหรือจ่ายภาษี

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรรู้

นอกจากค่าส่งและภาษีนำเข้า ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

  • Fuel Surcharge ค่าปรับราคาน้ำมัน ผันแปรตามราคาน้ำมันโลก
  • Remote Area Surcharge ค่าบริการพื้นที่ห่างไกล
  • Handling Fee ค่าดำเนินการศุลกากร มักเก็บโดย Courier
  • Storage Fee ค่าเก็บของที่คลัง หากผู้รับไม่มารับทันหรือเอกสารไม่ครบ
  • Insurance ค่าประกัน ไม่บังคับแต่แนะนำสำหรับของมูลค่าสูง

ควรอ่านเงื่อนไขและสอบถามผู้ให้บริการให้ชัดเจนก่อนจอง เพื่อไม่ให้มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง

เคล็ดลับประหยัดค่าส่งและเร่งความเร็ว

  • รวมของส่งครั้งเดียว แทนส่งทีละกล่อง ลดค่า Base Rate
  • แพ็กให้แน่น ลดน้ำหนักปริมาตร ใช้กล่องเล็กลงได้
  • เลือกบริการที่เหมาะสม ไม่เร่งด่วนใช้ Economy ประหยัดได้เยอะ
  • เตรียมเอกสารครบ ลดโอกาสติดค้างที่ศุลกากร
  • ระบุมูลค่าจริง อย่าต่ำเกินไปจนถูกตรวจ ไม่สูงเกินจนเสียภาษีเปล่า
  • ใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบ เช่น ParcelRadar.io เพื่อดูราคาจากหลายผู้ให้บริการพร้อมกัน

การเลือกช่วงเวลาส่งนอกฤดูเทศกาล เช่น หลีกเลี่ยงช่วงคริสต์มาส ก็ช่วยลดโอกาสล่าช้าได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ส่งของไปฝรั่งเศสใช้เวลานานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับบริการ Express ใช้เวลา 3-5 วัน Economy/EMS ประมาณ 7-14 วัน Air Freight 5-10 วัน ส่วน Sea Freight 30-45 วัน ช่วงเทศกาลหรือ Peak Season อาจล่าช้ากว่านี้

ต้องเสียภาษีเท่าไหร่?

VAT มาตรฐาน 20% คำนวณจากมูลค่าสินค้ารวมค่าขนส่ง บวกอากรขาเข้า (ถ้ามี) อัตราอากรขึ้นอยู่กับ HS Code ของส่วนใหญ่ 0-17% ของขวัญส่วนตัวมูลค่าไม่เกิน €45 อาจยกเว้นภาษี

ส่งอาหารไทยไปฝรั่งเศสได้ไหม?

ส่งอาหารแห้ง เช่น ขนม เครื่องเทศ ได้ แต่ต้องบรรจุมิดชิด มีฉลากระบุส่วนผสมภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส สำหรับอาหารสด เนื้อสด นม ห้ามส่งทาง Courier แต่อาจส่งได้ทาง Freight พร้อมใบรับรอง

ใครเป็นผู้จ่ายภาษีนำเข้า?

ขึ้นอยู่กับข้อตกลง หากเป็น DDU (ผู้รับจ่าย) ผู้รับต้องจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมตอนรับของ หากเป็น DDP (ผู้ส่งจ่าย) ผู้ส่งต้องจ่ายล่วงหน้า ส่วนใหญ่พัสดุส่วนตัวจะเป็น DDU

เช็คค่าส่งไปฝรั่งเศสได้ที่ไหน?

ใช้ ParcelRadar.io กรอกน้ำหนัก ขนาด และจุดหมาย ระบบจะแสดงตัวเลือกจากผู้ให้บริการหลายราย พร้อมราคาและระยะเวลา เปรียบเทียบได้ในที่เดียว

พัสดุติดที่ศุลกากรฝรั่งเศสต้องทำยังไง?

ติดต่อ Courier ขอรายละเอียด มักเกิดจากเอกสารไม่ครบหรือต้องเสียภาษี จัดเตรียมเอกสารเพิ่ม (เช่น Invoice ชัดเจนขึ้น หรือหลักฐานการซื้อ) ส่งให้ Courier หรือให้ผู้รับติดต่อศุลกากรโดยตรง บางครั้งอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม


การส่งของไปฝรั่งเศสต้องเตรียมเอกสารให้ครบ แพ็กของให้ดี เลือกบริการที่เหมาะกับความเร่งด่วนและงบประมาณ และเข้าใจภาษีนำเข้าเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน หากต้องการเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการในครั้งเดียว ลองใช้ ParcelRadar.io ซึ่งช่วยให้คุณเห็นตัวเลือกทั้งหมดและเลือกได้ตามที่ต้องการจริง ประหยัดเวลาและได้ราคาที่คุ้มค่า

แชร์บทความ Facebook X LINE Email

ทีมบรรณาธิการ ParcelRadar.io ถ่ายทอดข้อมูลด้านการขนส่งระหว่างประเทศและศุลกากรให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้งานได้จริง

ติดต่อสอบถามกับแอดมินเพื่อส่งพัสดุหรือส่งของไปต่างประเทศได้ทันที ParcelRadar mascot