การส่งของไปแคนาดาจากไทยเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัวดีกว่าการส่งไปยังประเทศอื่น เพราะแคนาดามีกฎศุลกากรที่เข้มงวดและค่อนข้างซับซ้อน ไม่ว่าจะส่งของใช้ส่วนตัว ของฝาก หรือสินค้าเชิงพาณิชย์ คุณต้องรู้เรื่องเอกสาร ภาษีนำเข้า ข้อจำกัดสินค้า และวิธีคำนวณค่าขนส่งที่แท้จริง บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนแบบตรงไปตรงมา พร้อมข้อมูลที่ใช้ได้จริงสำหรับการส่งของไปแคนาดาในปี 2026
สรุปประเด็นสำคัญ
- ค่าขนส่ง ขึ้นกับน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร (ตัวไหนมากกว่า) บริการที่เลือก และประเภทสินค้า
- เอกสารสำคัญ ได้แก่ Commercial Invoice, CN22/CN23 หรือ Customs Declaration และหนังสือรับรองต้นทาง (ถ้าจำเป็น)
- ภาษีนำเข้า แคนาดาเก็บ GST/HST (5-15%) และอาจมีภาษีศุลกากร (0-35%) ตามประเภทสินค้าและมูลค่า
- ข้อจำกัดสินค้า ห้ามส่งอาหารสด เนื้อสัตว์ พืช อาวุธ และสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
- ระยะเวลา Express ใช้เวลา 3-5 วันทำการ Economy/Air 7-14 วัน Sea Freight 30-45 วัน
ค่าส่งของไปแคนาดาคำนวณอย่างไร
ค่าขนส่งไปแคนาดาไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักจริงของพัสดุเพียงอย่างเดียว ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ใช้หลัก Volumetric Weight (น้ำหนักปริมาตร) เพื่อคำนวณค่าส่งจากกล่องที่มีขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา
สูตรคำนวณน้ำหนักปริมาตร
น้ำหนักปริมาตร (kg) = (ยาว x กว้าง x สูง cm) ÷ 5,000
ตัวอย่าง: กล่องขนาด 40 x 30 x 25 ซม. น้ำหนักจริง 3 กก.
น้ำหนักปริมาตร = (40 x 30 x 25) ÷ 5,000 = 6 กก.
ในกรณีนี้ ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บตามน้ำหนัก 6 กก. ไม่ใช่ 3 กก.

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าส่ง
- บริการที่เลือก: Express (DHL, FedEx, UPS) แพงกว่าแต่เร็วกว่า Economy/Standard
- น้ำหนักและขนาด: ยิ่งหนักหรือปริมาตรมาก ค่าส่งยิ่งสูง
- จุดหมายปลายทาง: ส่งไป Toronto, Vancouver ถูกกว่าเมืองห่างไกล
- ประเภทสินค้า: สินค้าอันตราย แบตเตอรี่ หรือของเหลวมีค่าส่งพิเศษ
- ประกัน: ถ้าต้องการประกันสินค้า จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
แพลตฟอร์มอย่าง ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเปรียบเทียบค่าส่งจากผู้ให้บริการหลายรายในครั้งเดียว โดยกรอกน้ำหนัก ขนาด และจุดหมายปลายทาง ระบบจะแสดงตัวเลือกพร้อมราคาจริงให้เลือก
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนส่งของไปแคนาดา
การส่งของไปแคนาดาต้องมีเอกสารครบถ้วน เพราะศุลกากรแคนาดา (Canada Border Services Agency – CBSA) ตรวจสอบทุกชิปเมนท์อย่างละเอียด
เอกสารหลัก
-
Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้าเชิงพาณิชย์)
ระบุรายละเอียดสินค้า จำนวน มูลค่า HS Code ชื่อผู้ส่ง-ผู้รับ และวัตถุประสงค์ (ขาย ของขวัญ ตัวอย่าง) -
CN22 หรือ CN23
แบบฟอร์มศุลกากรสากลสำหรับพัสดุ CN22 ใช้กับมูลค่าไม่เกิน 300 CAD, CN23 ใช้กับมูลค่าสูงกว่า -
Customs Declaration
เอกสารระบุรายละเอียดสินค้าและมูลค่า บางผู้ให้บริการจัดทำให้อัตโนมัติ -
Certificate of Origin (หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า)
จำเป็นสำหรับสินค้าบางประเภทหรือมูลค้าสูง ขอได้จากกรมศุลกากรไทย
เอกสารเสริม (ตามประเภทสินค้า)
| ประเภทสินค้า | เอกสารที่ต้องเพิ่ม |
|---|---|
| อาหารแปรรูป | Health Certificate, Product Registration |
| เครื่องสำอาง | Cosmetic Notification Form |
| อิเล็กทรอนิกส์ | FCC/IC Certification (ถ้ามีฟังก์ชันไร้สาย) |
| ยา/อาหารเสริม | Import Permit จาก Health Canada |
| พืช/เมล็ดพันธุ์ | Phytosanitary Certificate |
เคล็ดลับการกรอกเอกสาร
- ระบุมูลค่าจริง: อย่าลดมูลค่าหลบภาษี ถ้าถูกตรวจพบจะถูกปรับและยึดสินค้า
- ใช้ HS Code ที่ถูกต้อง: รหัส 6-10 หลักที่บอกประเภทสินค้า ตรวจสอบได้ที่เว็บ CBSA
- แนบรายละเอียดครบ: ยี่ห้อ รุ่น จำนวน วัสดุ น้ำหนักต่อชิ้น ประเทศผลิต
- ถ่ายสำเนาไว้: เก็บสำเนาเอกสารทุกฉบับกรณีมีปัญหา
ภาษีนำเข้าและศุลกากรแคนาดา
แคนาดาเก็บภาษีนำเข้าจากพัสดุเกือบทุกชิ้น ยกเว้นของขวัญที่มูลค่าต่ำกว่า 60 CAD (ประมาณ 1,600 บาท ณ ปี 2026)
โครงสร้างภาษี
- Customs Duty (ภาษีศุลกากร): 0-35% ขึ้นกับ HS Code และประเทศต้นทาง ไทยอยู่ในโครงการ GSP บางสินค้าได้ลดหย่อน
- GST/HST (ภาษีมูลค่าเพิ่ม): 5% (GST) หรือ 13-15% (HST) ตามจังหวัดปลายทาง
- Provincial Sales Tax: บางจังหวัดเก็บภาษีเพิ่ม เช่น Quebec (QST 9.975%)
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติส่งเสื้อผ้ามูลค่า 5,000 บาท (≈ 180 CAD) ไปโตรอนโต, ออนแทรีโอ
- ภาษีศุลกากร (Clothing): 16-18% = 180 x 17% ≈ 31 CAD
- ฐานภาษี GST/HST = 180 + 31 = 211 CAD
- HST (Ontario 13%): 211 x 13% ≈ 27 CAD
- รวมภาษี: 31 + 27 ≈ 58 CAD (≈ 1,600 บาท)
ข้อยกเว้นภาษี
- ของขวัญส่วนตัวมูลค่าไม่เกิน 60 CAD (ต้องระบุ "Unsolicited Gift" ในเอกสาร)
- สินค้าที่ผลิตในไทยภายใต้ FTA บางรายการได้รับยกเว้น (ต้องมี Certificate of Origin)
- ตัวอย่างสินค้าไม่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์ (ต้องระบุชัดเจน)
ข้อจำกัดและสินค้าต้องห้ามส่งไปแคนาดา
สินค้าต้องห้ามโดยเด็ดขาด
- อาหารสด เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผลไม้สด ผัก
- พืชมีชีวิต เมล็ดพันธุ์ ดิน
- อาวุธ ดาบ มีด อาวุธปืน ระเบิด
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าปลอม
- ยาเสพติด กัญชา (แม้แคนาดาจะถูกกฎหมาย แต่นำเข้าผิดกฎหมาย)
- บุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคติน (ต้องมีใบอนุญาต)
สินค้าที่ต้องขออนุญาต
- ยา อาหารเสริม วิตามิน (ต้องมี Import Permit)
- เครื่องสำอาง สกินแคร์ (ต้อง Notify Health Canada)
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไร้สาย (ต้องผ่าน IC/FCC)
- สัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ (ต้องมีเอกสารสัตวแพทย์)
ข้อควรระวัง
สินค้าที่ขึ้นทะเบียนผิดหรือไม่มีเอกสารครบจะถูกยึดที่ศุลกากร ผู้รับต้องเสียค่าปรับและค่าทำลาย หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามผู้ให้บริการหรือตรวจสอบที่เว็บ CBSA ก่อนส่ง

วิธีเลือกบริการส่งของไปแคนาดาที่เหมาะสม
การเลือกผู้ให้บริการและประเภทบริการขึ้นกับความเร่งด่วน งบประมาณ และประเภทสินค้า
เปรียบเทียบตามประเภทบริการ
| บริการ | ระยะเวลา | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|---|
| Express (DHL, FedEx, UPS) | 3-5 วัน | เอกสารสำคัญ สินค้าเร่งด่วน | เร็ว ติดตามได้ มีประกัน | แพงที่สุด |
| Economy/Standard Air | 7-14 วัน | พัสดุทั่วไป ของใช้ส่วนตัว | ถูกกว่า Express ยังติดตามได้ | ช้ากว่า อาจดีเลย์ช่วงเทศกาล |
| Sea Freight (LCL) | 30-45 วัน | สินค้าจำนวนมาก ไม่เร่งด่วน | ถูกที่สุดสำหรับน้ำหนักมาก | ช้ามาก ต้องผ่านพิธีศุลกากรซับซ้อน |
| **Postal (EMS, ไปรษณีย์) | 10-20 วัน | พัสดุเล็ก งบจำกัด | ราคาถูก | ช้า ติดตามไม่ละเอียด มีความเสี่ยงสูญหาย |
แนะนำตามสถานการณ์
ส่งเอกสารสำคัญ ตัวอย่างสินค้า: ใช้ Express (DHL, FedEx) เพราะต้องการความเร็วและความน่าเชื่อถือ
ส่งของใช้ส่วนตัว ของฝาก น้ำหนัก 1-5 กก.: ใช้ Economy Air หรือ Standard Parcel ประหยัดกว่าแต่ยังติดตามได้
ส่งสินค้าเพื่อขาย หลายกล่อง น้ำหนักรวม 20 กก. ขึ้นไป: พิจารณา Air Freight หรือ Sea Freight (LCL) ขึ้นกับความเร่งด่วน
ส่งสินค้าปริมาณมาก เช่น สต็อกร้านค้า: Sea Freight (FCL) จะคุ้มที่สุดถ้าปริมาตรเต็มตู้คอนเทนเนอร์
ถ้าไม่แน่ใจควรใช้ระบบเปรียบเทียบค่าส่งอย่าง ParcelRadar.io ที่ให้กรอกน้ำหนัก ขนาด และจุดหมาย แล้วแสดงตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการพร้อมกัน ช่วยประหยัดเวลาและเปรียบเทียบได้ง่าย
ขั้นตอนการส่งของไปแคนาดาทีละขั้น
1. เตรียมสินค้าและแพ็กกิ้ง
- ใช้กล่องแข็งแรงพอรับน้ำหนัก
- บุบับเบิ้ลหรือโฟมกันกระแทก โดยเฉพาะของแตก
- ห่อกันน้ำด้วยพลาสติก ใส่ซิปล็อคถ้าเป็นของเหลวหรือครีม
- ปิดกล่องด้วยเทปกาวแบบหนา ติดแน่นรอบกล่อง
- ติดฉลาก Fragile ถ้าของแตกง่าย
2. ชั่งน้ำหนักและวัดขนาด
วัดทุกด้านของกล่องแล้วคำนวณน้ำหนักปริมาตร เปรียบเทียบกับน้ำหนักจริง เอาค่าที่มากกว่าไปใช้สำหรับขอราคา
3. เลือกผู้ให้บริการและขอราคา
- เปรียบเทียบราคาจากผู้ให้บริการหลายราย ผ่านแพลตฟอร์มหรือติดต่อโดยตรง
- ตรวจสอบว่ารวมภาษี ค่าศุลกากร หรือไม่ (บางรายไม่รวม)
- ถามระยะเวลาและเงื่อนไขการจ่ายภาษี (DDP = ผู้ส่งจ่าย, DDU = ผู้รับจ่าย)
4. เตรียมเอกสารศุลกากร
กรอก Commercial Invoice, CN23, Customs Declaration ตามรายละเอียดจริง ระบุ HS Code ที่ถูกต้อง พิมพ์ออกมา 3-4 ชุด
5. จองและส่งพัสดุ
- จองผ่านเว็บหรือแอปของผู้ให้บริการ
- พิมพ์ใบปะหน้า (Shipping Label) ติดบนกล่อง
- นำส่งที่สาขาหรือให้คนมารับที่บ้าน/ออฟฟิศ
6. ติดตามสถานะ
ใช้เลข Tracking Number ติดตามสถานะผ่านเว็บหรือแอปของผู้ให้บริการ หรือตรวจสอบผ่านบริการติดตามพัสดุ ที่รวมหลายผู้ให้บริการไว้
7. ผ่านศุลกากรแคนาดา
เมื่อพัสดุถึงแคนาดา CBSA จะตรวจสอบเอกสารและประเมินภาษี ถ้าเป็น DDP ภาษีจ่ายแล้ว ถ้าเป็น DDU ผู้รับต้องจ่ายก่อนรับของ
8. จัดส่งถึงผู้รับ
หลังผ่านศุลกากร ผู้ให้บริการในแคนาดา (Canada Post, Purolator, Canpar ฯลฯ) จะนำส่งถึงบ้าน หรือให้ไปรับที่สาขา
เคล็ดลับประหยัดค่าส่งและหลีกเลี่ยงปัญหา
วิธีลดค่าขนส่ง
- รวมพัสดุ: ส่งหลายชิ้นในกล่องเดียวจะถูกกว่าแยกส่ง
- ลดขนาดกล่อง: ใช้กล่องพอดีสินค้า ลดน้ำหนักปริมาตร
- เลือก Economy: ถ้าไม่เร่งด่วน Economy ถูกกว่า Express มาก
- ส่งช่วงไม่ใช่เทศกาล: ช่วง Black Friday, Christmas ค่าส่งแพงขึ้น
- ใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบ: เช็คและเปรียบเทียบค่าขนส่งต่างประเทศ ก่อนจองเสมอ
ข้อควรระวังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
- อย่าลดมูลค่า: ถ้าถูกจับจะต้องจ่ายภาษีเต็ม บวกค่าปรับ บวกค่าเก็บคลัง
- ตรวจสอบข้อจำกัดสินค้า: สินค้าต้องห้ามจะถูกยึดและทำลาย
- แพ็คให้แข็งแรง: กล่องยุบหรือของแตก ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบถ้าแพ็คไม่ดี
- เก็บหลักฐาน: เก็บรูปก่อนส่ง ใบเสร็จ เอกสารศุลกากร เผื่อเคลม
- ทำประกัน: ถ้าสินค้ามีมูลค่าสูง ควรซื้อประกันเพิ่ม

ระยะเวลาจัดส่งและปัจจัยที่มีผล
ระยะเวลาส่งของไปแคนาดาไม่ได้ขึ้นกับบริการที่เลือกเพียงอย่างเดียว มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา
ระยะเวลาโดยประมาณ
- Express (DHL, FedEx, UPS): 3-5 วันทำการ
- Economy Air: 7-14 วันทำการ
- Postal (EMS, ลงทะเบียน): 10-20 วันทำการ
- Sea Freight: 30-45 วัน (ขึ้นกับท่าเรือปลายทาง)
ปัจจัยที่ทำให้ช้า
- ช่วงเทศกาล: Black Friday (พฤศจิกายน), Christmas (ธันวาคม), Chinese New Year (มกราคม-กุมภาพันธ์) ปริมาณพัสดุล้น
- สภาพอากาศ: พายุหิมะ หรือภัยธรรมชาติในแคนาดาทำให้เที่ยวบินล่าช้า
- ปัญหาศุลกากร: เอกสารไม่ครบ สินค้าต้องตรวจเพิ่ม หรือผู้รับไม่จ่ายภาษี
- จุดหมายห่างไกล: เมืองเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลต้องใช้เวลาขนส่งต่อเพิ่ม
- วันหยุดนักขัตฤกษ์: วันหยุดของแคนาดาและไทยทำให้ดีเลย์
หากต้องการความแน่นอน ควรเลือก Express และส่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนกำหนดการที่ต้องใช้
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
พัสดุติดศุลกากร
สาเหตุ: เอกสารไม่ครบ มูลค่าไม่ตรง สินค้าต้องตรวจเพิ่ม
วิธีแก้: ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเช็คสถานะ ถ้าขาดเอกสารให้ส่งเพิ่มทางอีเมล ถ้าต้องจ่ายภาษีให้ผู้รับจ่ายโดยเร็ว
ผู้รับปรับจ่ายภาษี
สาเหตุ: ส่งแบบ DDU (ภาษีผู้รับจ่าย) แต่ผู้รับไม่รู้
วิธีแก้: แจ้งผู้รับล่วงหน้าว่าต้องจ่ายภาษีเท่าไร เมื่อไร หรือเลือกส่งแบบ DDP (ผู้ส่งจ่ายให้หมดแล้ว) ตั้งแต่แรก
ของแตก สูญหาย
สาเหตุ: แพ็คไม่แข็งแรง ไม่ทำประกัน
วิธีแก้: แพ็คให้ดี ซื้อประกันเพิ่ม ถ่ายรูปก่อนส่ง เก็บหลักฐานเพื่อเคลม
ผู้รับไม่ได้รับพัสดุ
สาเหตุ: ที่อยู่ผิด ผู้รับไม่อยู่บ้าน พัสดุถูกส่งคืน
วิธีแก้: ตรวจสอบที่อยู่ให้ถูกต้อง ครบ รวมถึงรหัสไปรษณีย์ 6 หลัก (Postal Code) แจ้งผู้รับติดตามสถานะและนัดรับของ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ส่งของไปแคนาดาต้องเสียภาษีทุกครั้งหรือไม่
ไม่เสมอไป ของขวัญที่มูลค่าไม่เกิน 60 CAD และระบุเป็น "Unsolicited Gift" ได้รับยกเว้นภาษี แต่สินค้าเชิงพาณิชย์หรือมูลค่าสูงกว่าต้องเสียภาษีตามกฎ CBSA
ส่งแบบ DDP กับ DDU ต่างกันอย่างไร
DDP (Delivered Duty Paid) หมายถึงผู้ส่งจ่ายภาษีให้หมดแล้ว ผู้รับรับของได้เลย ส่วน DDU (Delivered Duty Unpaid) ผู้รับต้องจ่ายภาษีก่อนรับของ หากส่งของให้คนที่ไม่คุ้นเคยควรเลือก DDP เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
ใช้เวลานานแค่ไหนถึงผ่านศุลกากร
ปกติ 1-3 วันทำการ แต่ถ้าเอกสารไม่ครบ สินค้าต้องตรวจเพิ่ม หรือช่วงเทศกาล อาจนานถึง 1-2 สัปดาห์
ส่ง iPhone หรือ iPad ไปแคนาดาได้ไหม
ได้ แต่ต้องระบุมูลค่าจริงและเสียภาษี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มักโดนตรวจเข้มเรื่องมูลค่าและ Trademark ไม่ควรส่งของปลอมหรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
ถ้าของติดศุลกากรควรทำอย่างไร
ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อดูสาเหตุ ถ้าขาดเอกสารให้ส่งเพิ่มทางอีเมล ถ้าต้องจ่ายภาษีแจ้งผู้รับให้รีบจ่าย ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีค่าเก็บคลังและส่งคืนไทย
ส่งอาหารไทยไปแคนาดาได้หรือไม่
อาหารแห้งแปรรูป เช่น มาม่า ขนมไทย ซอสสำเร็จรูป ส่งได้ แต่ต้องมีฉลากภาษาอังกฤษ/ฝรั่งเศส ระบุส่วนผสม วันหมดอายุ และผ่านกฎหมาย CFIA อาหารสด เนื้อสัตว์ ผลไม้สด ห้ามส่ง
การส่งของไปแคนาดาต้องเตรียมตัวดีเรื่องเอกสาร ภาษี และข้อจำกัดสินค้า แต่ถ้าทำความเข้าใจขั้นตอนและเลือกบริการที่เหมาะสม ก็ส่งได้ไม่ยาก หากคุณต้องการเปรียบเทียบค่าส่งจากผู้ให้บริการหลายรายในครั้งเดียว ลองใช้ ParcelRadar.io ที่ช่วยให้คุณดูตัวเลือกขนส่ง ราคา และระยะเวลาได้ครบจบในแพลตฟอร์มเดียว ประหยัดเวลาและได้ค่าส่งที่คุ้มค่าที่สุด




