เมื่อส่งของเข้ามาในไทยหรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ คุณต้องเข้าใจวิธีคำนวณภาษีนำเข้าเพื่อให้รู้ต้นทุนที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ การประเมินภาษีไม่ได้มีแค่ค่าสินค้า แต่ยังรวมค่าส่ง ประกัน อากร ภาษีสรรพสามิต และ VAT ซึ่งแต่ละรายการมีสูตรและวิธีคิดที่ต้องทำทีละขั้นตอน บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่หลักการพื้นฐาน องค์ประกอบที่ต้องนับ สูตรคำนวณจริง ตัวอย่างตัวเลข และเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบอัตราภาษีจากหน่วยงานราชการ
สรุปประเด็นสำคัญ
- ภาษีนำเข้าเริ่มจากฐานภาษี CIF (Cost + Insurance + Freight) บวกอากรขาเข้า สรรพสามิต (ถ้ามี) จากนั้นเอามาคิด VAT อีกทอด
- อัตราอากรขึ้นกับพิกัด HS Code ของสินค้า ซึ่งกรมศุลกากรกำหนด ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์กรมศุลกากร
- สินค้าบางประเภทเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่ม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำมัน เครื่องสำอาง และต้องคิดบนฐานที่รวมอากรแล้ว
- VAT 7% คิดจาก CIF + อากร + สรรพสามิต หมายความว่า VAT นับจากมูลค่าที่รวมภาษีตัวอื่นแล้ว
- ราคาสินค้าที่แสดงในใบกำกับสินค้า (invoice) ต้องตรงกับความเป็นจริง การกรอกต่ำไปอาจมีปัญหากับศุลกากร
ภาษีนำเข้าคืออะไรและมีอะไรบ้าง
การคำนวณภาษีนำเข้าคือการประมาณมูลค่าสุทธิที่ผู้นำเข้าต้องจ่ายนอกเหนือจากราคาสินค้าและค่าขนส่ง ภาษีนี้แบ่งออกเป็นหลายรายการที่กรมศุลกากรและกรมสรรพากรเก็บ
องค์ประกอบหลักในการคำนวณ
- อากรขาเข้า (Customs Duty): คิดตามพิกัด HS Code อัตราอาจเป็น 0% ถึง 80% ขึ้นกับประเภทสินค้าและข้อตกลงการค้า
- ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax): เฉพาะสินค้าที่กฎหมายกำหนด เช่น เหล้า บุหรี่ น้ำมัน เครื่องสำอาง
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): อัตรา 7% คิดจากมูลค่ารวมทั้งหมดที่รวมอากรและสรรพสามิตแล้ว
- ค่าธรรมเนียม: เช่น ค่าตรวจปล่อย ค่าพิธีการ ค่าเก็บสินค้า ซึ่งอาจไม่ใช่ภาษี แต่เพิ่มต้นทุนจริง

ทุกองค์ประกอบต้องคำนวณตามลำดับ เพราะแต่ละตัวมีผลต่อฐานภาษีของตัวถัดไป ตัวอย่างเช่น อากรขาเข้าคิดจาก CIF แต่ VAT คิดจาก CIF + อากร + สรรพสามิต
วิธีคำนวณภาษีนำเข้าทีละขั้นตอน
การคำนวณภาษีนำเข้าเริ่มจากการหามูลค่า CIF ก่อน แล้วค่อยบวกอากรและภาษีอื่นตามสูตร
ขั้นตอนที่ 1: หามูลค่า CIF
CIF ย่อมาจาก Cost, Insurance, and Freight หมายถึงราคาสินค้า + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่งทางเรือหรือทางอากาศจนถึงท่าปลายทางในไทย
สูตร:
CIF = ราคาสินค้า (FOB) + ค่าขนส่ง (Freight) + ค่าประกัน (Insurance)
หน่วยงานศุลกากรใช้ CIF เป็นฐานในการประเมินมูลค่าสินค้านำเข้าตาม หลักเกณฑ์การประเมินราคาศุลกากรของ WTO ถ้าไม่มีค่าประกัน ศุลกากรอาจประเมินเป็น 0.5% หรือ 1% ของราคา FOB
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณอากรขาเข้า
อากรขาเข้าคิดจากมูลค่า CIF คูณด้วยอัตราอากรตามพิกัด HS Code ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า
สูตร:
อากรขาเข้า = CIF × อัตราอากร (%)
ตัวอย่าง: สินค้ามูลค่า CIF 50,000 บาท อัตราอากร 10%
อากรขาเข้า = 50,000 × 0.10 = 5,000 บาท
อัตราอากรต้องตรวจสอบจากเว็บไซต์กรมศุลกากร โดยใช้พิกัด HS Code 6-8 หลัก สินค้าบางประเภทได้รับยกเว้นอากรตามข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)
ขั้นตอนที่ 3: คำนวณภาษีสรรพสามิต (ถ้ามี)
สินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ น้ำมัน เครื่องสำอาง รถยนต์ และสินค้าฟุ่มเฟือยบางชนิด
สูตร:
ฐานสรรพสามิต = CIF + อากรขาเข้า
ภาษีสรรพสามิต = ฐานสรรพสามิต × อัตราสรรพสามิต (%)
ตัวอย่าง: สินค้า CIF 50,000 บาท อากร 5,000 บาท อัตราสรรพสามิต 20%
ฐานสรรพสามิต = 50,000 + 5,000 = 55,000 บาท
ภาษีสรรพสามิต = 55,000 × 0.20 = 11,000 บาท
ดูตัวอย่างการคำนวณสรรพสามิตรายละเอียดได้จากเอกสารกรมสรรพสามิต
ขั้นตอนที่ 4: คำนวณ VAT
VAT คิดจากมูลค่ารวมทั้งหมดคือ CIF + อากร + สรรพสามิต อัตรา 7%
สูตร:
ฐาน VAT = CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต
VAT = ฐาน VAT × 0.07
ตัวอย่าง: จากตัวอย่างข้างบน
ฐาน VAT = 50,000 + 5,000 + 11,000 = 66,000 บาท
VAT = 66,000 × 0.07 = 4,620 บาท
กรมสรรพากรอธิบายหลักการคำนวณ VAT นำเข้าในหน้าข้อมูล VAT และมาตราฐานภาษีนำเข้า
ขั้นตอนที่ 5: รวมภาษีทั้งหมด
ภาษีรวม = อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + VAT
ต้นทุนรวมที่ต้องจ่าย = CIF + ภาษีรวม
ตัวอย่าง:
ภาษีรวม = 5,000 + 11,000 + 4,620 = 20,620 บาท
ต้นทุนรวม = 50,000 + 20,620 = 70,620 บาท
ตัวอย่างการคำนวณจริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตัวอย่างสินค้าที่ต้องเสียภาษีหลายแบบ
ตัวอย่างที่ 1: เสื้อผ้าสำเร็จรูป (ไม่มีภาษีสรรพสามิต)
สมมติฐาน:
- ราคาสินค้า FOB: 30,000 บาท
- ค่าขนส่ง: 5,000 บาท
- ค่าประกัน: 500 บาท
- อัตราอากร: 30%
การคำนวณ:
- CIF = 30,000 + 5,000 + 500 = 35,500 บาท
- อากรขาเข้า = 35,500 × 0.30 = 10,650 บาท
- ภาษีสรรพสามิต = 0 (ไม่มี)
- ฐาน VAT = 35,500 + 10,650 = 46,150 บาท
- VAT = 46,150 × 0.07 = 3,230.50 บาท
- ภาษีรวม = 10,650 + 3,230.50 = 13,880.50 บาท
- ต้นทุนรวม = 35,500 + 13,880.50 = 49,380.50 บาท
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| มูลค่า CIF | 35,500 |
| อากรขาเข้า (30%) | 10,650 |
| ภาษีสรรพสามิต | 0 |
| VAT (7%) | 3,230.50 |
| ภาษีรวม | 13,880.50 |
| ต้นทุนรวมทั้งหมด | 49,380.50 |
ตัวอย่างที่ 2: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มีภาษีสรรพสามิต)
สมมติฐาน:
- ราคาสินค้า FOB: 20,000 บาท
- ค่าขนส่ง: 3,000 บาท
- ค่าประกัน: 300 บาท
- อัตราอากร: 60%
- อัตราสรรพสามิต: 400% (ตามประเภทเครื่องดื่ม)
การคำนวณ:
- CIF = 20,000 + 3,000 + 300 = 23,300 บาท
- อากรขาเข้า = 23,300 × 0.60 = 13,980 บาท
- ฐานสรรพสามิต = 23,300 + 13,980 = 37,280 บาท
- ภาษีสรรพสามิต = 37,280 × 4.00 = 149,120 บาท
- ฐาน VAT = 23,300 + 13,980 + 149,120 = 186,400 บาท
- VAT = 186,400 × 0.07 = 13,048 บาท
- ภาษีรวม = 13,980 + 149,120 + 13,048 = 176,148 บาท
- ต้นทุนรวม = 23,300 + 176,148 = 199,448 บาท
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| มูลค่า CIF | 23,300 |
| อากรขาเข้า (60%) | 13,980 |
| ภาษีสรรพสามิต (400%) | 149,120 |
| VAT (7%) | 13,048 |
| ภาษีรวม | 176,148 |
| ต้นทุนรวมทั้งหมด | 199,448 |
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าสินค้าที่มีอัตราภาษีสูงอาจทำให้ต้นทุนสูงกว่าราคาสินค้าเดิมหลายเท่า

ปัจจัยที่มีผลต่อภาษีนำเข้า
นอกจากสูตรคำนวณ ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ภาษีเปลี่ยนแปลงหรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
พิกัด HS Code
พิกัดอัตราศุลกากรแบ่งสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ละเอียดมาก การใช้พิกัดผิดทำให้คำนวณภาษีผิด ควรตรวจสอบจากรายการเต็มที่กรมศุลกากรหรือให้ตัวแทนศุลกากรช่วยจัดพิกัด
ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)
หากสินค้ามาจากประเทศที่ไทยมี FTA เช่น อาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สามารถขอใช้สิทธิลดหรือยกเว้นอากรได้โดยต้องมีหนังสือรับรอง (Certificate of Origin) ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก ASEAN PCA Bulletin
มูลค่าสินค้าและการประเมินราคา
ศุลกากรตรวจสอบว่าราคาที่แจ้งในใบกำกับสินค้าสมเหตุสมผลหรือไม่ ตามหลักเกณฑ์การประเมินราคาศุลกากร ถ้าสงสัยอาจขอเอกสารเพิ่มหรือประเมินใหม่
น้ำหนักและปริมาตร
สินค้าบางประเภทเก็บอากรตามน้ำหนักจริง บางอย่างคิดตามปริมาตร หรือใช้หลัก Volume Weight (กก. = ยาว × กว้าง × สูง ÷ 5,000 หรือ 6,000) ขึ้นกับผู้ให้บริการและประเภทสินค้า
ข้อจำกัดสินค้า
สินค้าบางอย่าง เช่น ยา เครื่องสำอาง อาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก อย. ศุลกากร หรือหน่วยงานอื่น การไม่มีใบอนุญาตอาจทำให้สินค้าค้างหรือถูกยึด
เครื่องมือและแหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ
การคำนวณภาษีนำเข้าต้องอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานราชการและเครื่องมือที่เชื่อถือได้
เว็บไซต์กรมศุลกากร
- ตรวจสอบพิกัด HS Code และอัตราอากรได้จาก Thai Customs Tariff
- ดาวน์โหลดคู่มือและประกาศล่าสุดเกี่ยวกับพิธีการนำเข้า
เว็บไซต์กรมสรรพากร
- ดูหลักเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่มและฐานภาษีได้จาก กรมสรรพากร
- ตรวจสอบแนวปฏิบัติและมาตราที่เกี่ยวข้อง
เครื่องมือเปรียบเทียบค่าขนส่งและภาษี
แพลตฟอร์มเช่น ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเปรียบเทียบค่าขนส่งระหว่างประเทศจากหลายผู้ให้บริการ ซึ่งมีผลต่อค่า Freight ในสูตร CIF และสามารถดูตัวอย่างเอกสารหรือขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรได้ เมื่อต้องการประเมินต้นทุนจริง สามารถขอใบเสนอราคาที่ครอบคลุมทั้งค่าขนส่ง น้ำหนัก และข้อมูลที่ใช้คำนวณภาษีได้
คู่มือและตัวอย่างจาก UK และ US
หลักการประเมินราคาศุลกากรเป็นมาตรฐานสากลตาม WTO Agreement ดูคำอธิบายที่ชัดเจนได้จาก UK Customs Valuation Guidance และ Trade.gov Regional Value Content
เคล็ดลับและข้อควรระวังเมื่อคำนวณภาษีนำเข้า
การคำนวณภาษีนำเข้าอย่างแม่นยำช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาเวลาผ่านศุลกากร
เคล็ดลับ:
- ใช้ HS Code ที่ถูกต้อง – ตรวจสอบหลายแหล่งหรือปรึกษาตัวแทนศุลกากร
- เก็บใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice) – ระบุรายละเอียดสินค้า ราคา น้ำหนัก ให้ครบถ้วน
- ขอหนังสือ Certificate of Origin – หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนจาก FTA
- คำนวณค่าประกันให้ถูกต้อง – บางครั้งอาจยกเว้นถ้าไม่มี แต่ศุลกากรอาจประเมินเพิ่ม
- ขอใบเสนอราคาที่รวมค่าขนส่งและประกัน – เพื่อให้รู้ CIF ตั้งแต่ต้น
ข้อควรระวัง:
- ห้ามกรอกราคาสินค้าต่ำเกินจริง – ศุลกากรตรวจสอบได้และอาจปรับหรือระงับการนำเข้า
- ตรวจสอบข้อจำกัดสินค้า – บางอย่างห้ามหรือต้องขออนุญาตก่อน
- อัตราภาษีอาจเปลี่ยน – ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมศุลกากรก่อนนำเข้าจริง
- ค่าธรรมเนียมพิธีการ – อาจมีค่าตรวจปล่อย ค่าจอดสินค้า ซึ่งไม่รวมในภาษี แต่เพิ่มต้นทุน
| ประเภทความผิดพลาด | ผลกระทบ |
|---|---|
| ใช้ HS Code ผิด | คำนวณอากรผิด อาจเสียเกินหรือถูกปรับในภายหลัง |
| กรอกราคาต่ำเกินจริง | ศุลกากรสุ่มตรวจและประเมินใหม่ ต้องเสียภาษีเพิ่ม |
| ไม่มี Certificate of Origin | พลาดสิทธิลดอากรจาก FTA |
| ไม่นับค่าขนส่ง/ประกันใน CIF | ฐานภาษีผิด ต้องแก้ไขเอกสาร |
ความแตกต่างระหว่างสินค้าส่วนบุคคลและสินค้าเชิงพาณิชย์
กรมศุลกากรมีหลักเกณฑ์ต่างกันตามลักษณะการนำเข้า
สินค้าส่วนบุคคล (Personal Use)
- ยกเว้นภาษี – หากมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ปกติประมาณ 1,500 บาท แต่อาจเปลี่ยน)
- ปริมาณเหมาะสม – ไม่เป็นเชิงพาณิชย์ ใช้เองหรือของขวัญ
- ตรวจสอบข้อจำกัด – สินค้าบางชนิดห้ามนำเข้าแม้ใช้เอง
สินค้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Import)
- เสียภาษีเต็ม – คำนวณตามสูตร CIF + อากร + สรรพสามิต + VAT
- ต้องมี Tax ID – ลงทะเบียน VAT เพื่อนำเข้าเชิงธุรกิจ
- ต้องใช้ตัวแทนศุลกากร – สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าหรือปริมาณมาก
การแยกนี้สำคัญ เพราะหากสั่งสินค้าจำนวนมากหรือซ้ำกันบ่อย ศุลกากรอาจจัดว่าเป็นเชิงพาณิชย์แล้วเรียกเก็บภาษีเต็มจำนวน
การใช้บริการตัวแทนศุลกากร
สำหรับชิปเมนท์ที่มีมูลค่าสูง หรือต้องการความแม่นยำ การใช้ตัวแทนศุลกากรช่วยลดความเสี่ยง
บริการหลัก:
- ตรวจสอบและจัดทำเอกสารนำเข้าให้ถูกต้อง
- ประเมินพิกัด HS Code และคำนวณภาษีล่วงหน้า
- จัดการกับข้อผิดพลาดหรือข้อโต้แย้งจากศุลกากร
- ประสานงานกับกรมศุลกากรและหน่วยงานอื่น
เมื่อไหร่ควรใช้:
- สินค้าที่มีมูลค่าสูงหรือสินค้าควบคุม
- ไม่แน่ใจในพิกัดหรือการคำนวณภาษี
- ต้องการประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงจากการกรอกเอกสารผิด
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
ถ้าส่งของจากต่างประเทศมูลค่า 5,000 บาท ต้องเสียภาษีไหม
ขึ้นกับประเภทสินค้าและสถานะการนำเข้า ถ้าเป็นสินค้าส่วนบุคคลและต่ำกว่าเกณฑ์ยกเว้น (ประมาณ 1,500 บาท) อาจไม่เสีย แต่ถ้ามูลค่ารวมค่าส่งเกินหรือเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ ต้องเสียตามสูตร CIF + อากร + VAT
มูลค่า CIF คำนวณจากอะไรบ้าง
CIF รวมราคาสินค้า (FOB) บวกค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) จนถึงท่าปลายทางในไทย หากไม่มีค่าประกัน ศุลกากรอาจประเมินเป็น 0.5–1% ของราคาสินค้า
อัตรา VAT นำเข้าคิดจากอะไร
VAT 7% คิดจากฐานที่รวม CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต (ถ้ามี) แล้ว ไม่ใช่คิดจากราคาสินค้าอย่างเดียว
ตรวจสอบพิกัด HS Code ได้ที่ไหน
ดูได้จาก Thai Customs Tariff หรือสอบถามตัวแทนศุลกากร หากไม่แน่ใจควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดพิกัดเพื่อไม่ให้ผิดพลาด
สินค้าจากประเทศที่มี FTA ลดอากรได้หรือไม่
ได้ หากมีหนังสือรับรอง (Certificate of Origin) ที่ถูกต้อง อัตราอากรอาจลดหรือยกเว้นตามข้อตกลง FTA ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและเตรียมเอกสารครบถ้วน
ถ้ากรอกราคาสินค้าต่ำเกินจริงจะเกิดอะไร
ศุลกากรอาจสุ่มตรวจและประเมินราคาใหม่ตามหลักเกณฑ์การประเมินราคาศุลกากร หากพบว่าตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอาจมีค่าปรับหรือระงับการนำเข้า
การคำนวณภาษีนำเข้าช่วยให้คุณประเมินต้นทุนจริงและวางแผนการขนส่งได้แม่นยำขึ้น นอกจากอากรและ VAT แล้ว ยังต้องคำนึงถึงค่าขนส่ง น้ำหนัก และข้อจำกัดสินค้า เมื่อต้องการส่งของไปต่างประเทศหรือนำเข้ามาไทย สามารถใช้ ParcelRadar.io เปรียบเทียบตัวเลือกขนส่งจากผู้ให้บริการหลายราย ตรวจสอบค่าส่งที่มีผลต่อ CIF และขอคำแนะนำเรื่องเอกสารหรือพิธีการศุลกากรเพื่อให้การส่งของเป็นไปอย่างราบรื่น




