Site icon pacelradar.io Blog

ไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศ: วิธีส่ง ค่าบริการ เอกสาร 2026

ไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศเป็นทางเลือกที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อต้องการส่งของไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นของฝาก สินค้าขายออนไลน์ หรือเอกสารสำคัญ เพราะไปรษณีย์ไทยมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและมีชื่อเสียงในเรื่องความน่าเชื่อถือ แต่ก่อนตัดสินใจส่ง คุณควรรู้ว่ามีบริการอะไรบ้าง ค่าส่งคิดยังไง เอกสารอะไรที่ต้องเตรียม และสินค้าประเภทไหนส่งไม่ได้ บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจทุกขั้นตอนแบบละเอียด พร้อมเทคนิคเปรียบเทียบค่าบริการเพื่อให้คุณได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด

Table of Contents

Toggle

Key Takeaways

บริการไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศมีอะไรบ้าง

ไปรษณีย์ไทยเปิดให้บริการส่งของไปต่างประเทศหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียและเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน.

EMS WORLD – บริการด่วนพิเศษระหว่างประเทศ

EMS WORLD เป็นบริการเร่งด่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศ เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วและต้องการติดตามสถานะพัสดุอย่างละเอียด

จุดเด่นของ EMS WORLD:

ในปี 2026 ไปรษณีย์ไทยปรับลดค่าบริการ EMS WORLD สูงสุดถึง 46% สำหรับบางประเทศ ทำให้ราคาแข่งขันได้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ส่งของบ่อย

AIR PARCEL – พัสดุไปรษณีย์ทางอากาศ

AIR PARCEL เหมาะกับของที่ไม่เร่งด่วนมากแต่ต้องการความรวดเร็วปานกลาง ราคาถูกกว่า EMS แต่ใช้เวลาขนส่งนานกว่า

ข้อมูลสำคัญของ AIR PARCEL:

SAL (Surface Air Lifted) – ประหยัดสุด

SAL เป็นบริการแบบผสมระหว่างทางเรือและทางอากาศ ช่วงแรกส่งทางเรือ ช่วงท้ายขนส่งทางอากาศ

วิธีคำนวณค่าบริการไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศ

การคำนวณค่าขนส่งเป็นส่วนสำคัญที่หลายคนมักเข้าใจผิด ไปรษณีย์ไทยใช้หลักการคิดค่าบริการจากน้ำหนักที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนัง Volume Weight

สูตรคำนวณน้ำหนัง Volume Weight

น้ำหนัง Volume Weight คำนวณจากขนาดพัสดุ โดยใช้สูตร:

Volume Weight (kg) = (ความยาว x ความกว้าง x ความสูง) ÷ 6,000

โดยหน่วยวัดเป็นเซนติเมตร

ตัวอย่างการคำนวณ:

สมมติคุณส่งกล่องขนาด 40 x 30 x 25 ซม. น้ำหนักจริง 3 กก.

ตารางเปรียบเทียบค่าบริการโดยประมาณ

น้ำหนัก

EMS WORLD (เอเชีย)

AIR PARCEL (เอเชีย)

EMS WORLD (ยุโรป)

AIR PARCEL (ยุโรป)

0.5 กก.

350-450 บาท

250-350 บาท

550-650 บาท

400-500 บาท

1 กก.

500-600 บาท

350-450 บาท

800-950 บาท

550-700 บาท

3 กก.

950-1,200 บาท

650-850 บาท

1,600-2,000 บาท

1,100-1,400 บาท

5 กก.

1,400-1,800 บาท

950-1,250 บาท

2,400-3,000 บาท

1,650-2,100 บาท

หมายเหตุ: ราคาอาจแตกต่างกันตามประเทศปลายทางและโปรโมชั่นในช่วงนั้นๆ

อัตราค่าบริการจริงจะขึ้นอยู่กับโซนประเทศปลายทางด้วย โดยไปรษณีย์ไทยแบ่งโซนเป็น 4 โซนหลัก: เอเชีย, ยุโรป, อเมริกา, และโอเชียเนีย

💡 Tip: ก่อนบรรจุของลงกล่อง ลองคำนวณ Volume Weight ก่อน บางครั้งการใช้กล่องเล็กลงหรือบรรจุให้กระชับขึ้นช่วยประหยัดค่าส่งได้มาก โดยเฉพาะกับของที่น้ำหนักเบาแต่ปริมาตรใหญ่ เช่น ตุ๊กตา เบาะนั่ง หมอนหนุน

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการส่งของไปต่างประเทศ

การส่งพัสดุระหว่างประเทศต้องใช้เอกสารครบถ้วน ไม่งั้นพัสดุอาจติดค้างที่ด่านศุลกากรหรือถูกส่งกลับ

CN22 และ CN23 – ใบศุลกากรสากล

CN22 ใช้กับพัสดุที่มีมูลค่าไม่เกิน 13,000 บาท (ประมาณ 300 เหรียญสหรัฐ)

CN23 ใช้กับพัสดุที่มีมูลค่าเกิน 13,000 บาท

เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทสินค้า

สำหรับสินค้าเชิงพาณิชย์:

สำหรับสินค้าพิเศษ:

💡 Tip: ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกชิ้นที่ส่ง พร้อมใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อ จะได้ใช้เป็นหลักฐานกรณีมีปัญหาเรื่องมูลค่าสินค้าหรือพัสดุสูญหาย

สินค้าต้องห้ามและสินค้าจำกัดของไปรษณีย์ไทย

ไปรษณีย์ไทยและกฎระเบียบสากลห้ามหรือจำกัดการส่งสินค้าบางประเภท การส่งของต้องห้ามอาจทำให้ถูกปรับหรือติดคุกได้

สินค้าต้องห้าม (ส่งไม่ได้เลย)

สินค้าจำกัด (ส่งได้แต่มีเงื่อนไข)

แบตเตอรี่ลิเธียม:

ของเหลว ครีม เจล:

อาหาร อาหารเสริม ยา:

⚠️ Warning: ห้ามระบุมูลค่าสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี เพราะอาจทำให้:

ขั้นตอนการส่งของผ่านไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศ

1. เตรียมพัสดุและเอกสาร

การบรรจุหีบห้อ:

การติดฉลาก:

2. นำส่งที่ไปรษณีย์

คุณมี 2 ทางเลือก:

ส่งที่สาขาไปรษณีย์:

บริการรับพัสดุถึงที่:

3. ติดตามสถานะพัสดุ

ติดตามพัสดุได้ผ่าน:

สถานะที่ควรรู้:

4. การผ่านพิธีการศุลกากรปลายทาง

เมื่อพัสดุถึงประเทศปลายทาง ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของศุลกากร:

กรณีสินค้าไม่เกินวงเงินปลอดภาษี:

กรณีสินค้าเกินวงเงินปลอดภาษี:

วงเงินปลอดภาษีของแต่ละประเทศต่างกัน เช่น:

เปรียบเทียบไปรษณีย์ไทยกับผู้ให้บริการอื่น

แม้ว่าไปรษณีย์ไทยจะเป็นทางเลือกที่สะดวกและน่าเชื่อถือ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มค่าที่สุดเสมอไป โดยเฉพาะกับชิปเมนท์ที่มีน้ำหนักมากหรือส่งไปประเทศที่มีผู้ให้บริการเฉพาะเส้นทาง

ตารางเปรียบเทียบผู้ให้บริการ

ผู้ให้บริการ

ข้อดี

ข้อเสีย

เหมาะกับ

ไปรษณีย์ไทย EMS

สาขาเยอะ, น่าเชื่อถือ, มีประกัน

ราคาสูงกว่าคู่แข่ง, บริการลูกค้าช้า

คนส่งครั้งคราว, ไม่ต้องการยุ่งยาก

DHL Express

เร็วที่สุด 1-3 วัน, tracking ละเอียด

แพงมาก, ค่าเอกสารเพิ่มเติมสูง

เอกสารสำคัญ, สินค้าเร่งด่วน

FedEx

เร็ว, เชื่อมต่อกับเอเชียดี

ราคาสูง, มีค่าธรรมเนียมซ่อนเร้น

B2B, สินค้ามูลค่าสูง

Kerry Express International

ราคาแข่งขัน, pickup ฟรี

ครอบคลุมประเทศน้อยกว่า

ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก-กลาง

SF Express

ราคาดีสำหรับจีน-ฮ่องกง-ไต้หวัน

จำกัดเฉพาะเอเชีย

ส่งไปจีนบ่อย, นำเข้าสินค้าจากจีน

หากคุณเป็นร้านค้าออนไลน์หรือธุรกิจที่ต้องส่งของไปต่างประเทศบ่อย การเปรียบเทียบค่าขนส่งจากหลายผู้ให้บริการก่อนส่งจริงจะช่วยประหยัดต้นทุนได้มากในระยะยาว โดยเฉพาะกับพัสดุที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 5 กก. ขึ้นไป ที่ผู้ให้บริการขนาดกลางมักให้ราคาแข่งขันกว่าไปรษณีย์ไทยหรือ courier ระดับ premium

กรณีศึกษาจริง: เปรียบเทียบค่าส่งพัสดุ 5 กก. ไปอังกฤษ

สมมติคุณต้องส่งเสื้อผ้า 5 กก. (กล่อง 40x30x25 ซม.) จากกรุงเทพฯ ไปลอนดอน

ไปรษณีย์ไทย EMS WORLD:

DHL Express:

Kerry Express International:

SF Express:

จากตัวอย่างนี้ เห็นได้ว่าหากไม่เร่งด่วนมาก Kerry Express ช่วยประหยัดได้ถึง 600 บาทต่อพัสดุ ถ้าส่ง 100 พัสดุต่อเดือน ประหยัดได้ถึง 60,000 บาทต่อเดือน

โปรโมชั่นและส่วนลดสำหรับการส่งต่างประเทศ

โปรโมชั่นไปรษณีย์ไทยปี 2026

ไปรษณีย์ไทยมีส่วนลดสำหรับสมาชิก Post Family ซึ่งสมัครฟรี:

เทคนิคประหยัดค่าขนส่ง

1. รวมพัสดุ (Consolidation)

2. เลือกช่วงเวลาส่ง

3. ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

4. วางแผนล่วงหน้า

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

ไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศนานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับบริการที่เลือก: EMS WORLD ใช้เวลา 3-7 วันทำการ, AIR PARCEL ใช้เวลา 7-15 วันทำการ, และ SAL ใช้เวลา 15-30 วันทำการ ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง สถานการณ์พิธีการศุลกากร และช่วงเทศกาล

ส่งของไปต่างประเทศต้องเสียภาษีไหม?

ผู้ส่งไม่ต้องเสียภาษี แต่ผู้รับอาจต้องเสียภาษีนำเข้าถ้าสินค้ามีมูลค่าเกินวงเงินปลอดภาษีของประเทศปลายทาง แต่ละประเทศมีวงเงินต่างกัน เช่น สหรัฐฯ ปลอดภาษีถึง 800 USD แต่ญี่ปุ่นปลอดภาษีเพียง 10,000 JPY (ประมาณ 2,500 บาท)

พัสดุหายทำไงดี?

ติดต่อไปรษณีย์ไทยภายใน 6 เดือนนับจากวันส่ง โดยนำใบเสร็จ tracking number และหลักฐานมูลค่าสินค้ามายื่นเคลม ถ้าเป็น EMS จะมีประกันในตัว แต่จะได้เงินคืนไม่เกินมูลค่าที่ระบุใน CN22/CN23 และไม่เกินวงเงินสูงสุดของแต่ละประเทศ (โดยปกติ 50,000 บาท)

ส่งอาหารไปต่างประเทศได้ไหม?

ได้ แต่มีข้อจำกัด: ต้องเป็นอาหารแห้ง ไม่เน่าเสีย บรรจุสุญญากาศ มีอายุเก็บรักษายาวนาน และบางประเทศห้ามนำเข้าอาหารบางประเภท เช่น ออสเตรเลียห้ามผลไม้สด เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ควรเช็คกฎระเบียบศุลกากรประเทศปลายทางก่อนส่ง หรือใช้บริการที่ให้คำปรึกษาเรื่องข้อจำกัดสินค้า

ส่งเครื่องสำอางไปต่างประเทศต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ต้องมี CN22/CN23 ระบุรายละเอียดครบถ้วน พร้อมระบุส่วนประกอบ (ingredients) เป็นภาษาอังกฤษ สำหรับการส่งเชิงพาณิชย์จำนวนมาก บางประเทศต้องการ Material Safety Data Sheet (MSDS) และอาจต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น FDA ของสหรัฐฯ หรือ Cosmetic Products Notification Portal (CPNP) ของสหภาพยุโรป

ส่งของไปต่างประเทศสามารถเรียกเก็บเงินปลายทางได้ไหม?

ไปรษณีย์ไทยไม่มีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) สำหรับการส่งระหว่างประเทศ ผู้ส่งต้องชำระค่าบริการเต็มจำนวนก่อนส่ง ถ้าเป็นการขายสินค้า แนะนำให้เรียกเก็บเงินจากลูกค้าก่อนผ่านช่องทางอื่น เช่น PayPal, Wise, หรือโอนเงินธนาคาร

ไปรษณีย์ไทยมีบริการประกันเพิ่มไหม?

สำหรับ EMS WORLD มีประกันในตัวอยู่แล้ว แต่ถ้าสินค้ามีมูลค่าสูงเกินวงเงินประกันพื้นฐาน สามารถซื้อประกันเพิ่มได้โดยจ่ายเพิ่ม 1-2% ของมูลค่าสินค้า อย่างไรก็ตาม ควรอ่านเงื่อนไขการคุ้มครองให้ดี เพราะบางประเภทสินค้า เช่น เครื่องประดับ อิเล็กทรอนิกส์มือสอง อาจมีข้อจำกัดการคุ้มครอง

ส่งของไปต่างประเทศกี่ชิ้นถึงคุ้ม?

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและปริมาณ แต่โดยทั่วไปถ้าส่งสินค้าชิ้นเล็กหลายชิ้นไปที่อยู่เดียวกัน ควรรวมส่งในกล่องเดียว เพราะค่าขนส่งต่อกิโลกรัมจะถูกลงเมื่อน้ำหนักมากขึ้น ตัวอย่าง: ส่ง 5 ชิ้นๆ ละ 1 กก. แยกกัน อาจเสียค่าส่งรวม 3,000 บาท แต่รวมส่ง 5 กก. ในกล่องเดียวอาจเสียแค่ 1,800 บาท


ไปรษณีย์ไทย ส่งต่างประเทศเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนส่งครั้งคราวหรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการความสะดวกและน่าเชื่อถือ แต่ถ้าคุณส่งบ่อยหรือต้องการประหยัดต้นทุน การเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการจะช่วยให้ได้ข้อเสนอที่ดีกว่า ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเช็คและเปรียบเทียบค่าขนส่งจากผู้ให้บริการหลายรายในที่เดียว พร้อมคำแนะนำเรื่องเอกสาร ข้อจำกัดสินค้า และตัวเลือกขนส่งที่เหมาะกับแต่ละประเทศปลายทาง ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและประหยัดเวลาในการหาข้อมูล

Exit mobile version