Site icon pacelradar.io Blog

ส่งของไปเวียดนาม 2026: คู่มือครบจบค่าส่ง เอกสาร ภาษี

Table of Contents

Toggle

Key Takeaways

บทนำ

ส่งของไปเวียดนามในปี 2026 นี้ง่ายและสะดวกกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการส่งของฝาก ของใช้ส่วนตัว เอกสารสำคัญ หรือสินค้าเพื่อธุรกิจ ระยะทางที่ไม่ไกลนักทำให้การขนส่งไปเวียดนามเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอาเซียน แต่ก่อนตัดสินใจส่ง คุณควรเข้าใจถึงค่าขนส่ง ตัวเลือกบริการที่มี เอกสารที่จำเป็น พิธีการศุลกากร และข้อจำกัดของสินค้า เพื่อให้การส่งพัสดุเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด

ตัวเลือกการขนส่งและค่าใช้จ่าย

การส่งของไปเวียดนามมีหลายรูปแบบให้เลือก ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วน งบประมาณ และลักษณะของสินค้า

Express Courier Service

บริการขนส่งด่วนจากผู้ให้บริการระดับโลก เช่น DHL, FedEx, UPS หรือ TNT เหมาะสำหรับพัสดุที่ต้องการความรวดเร็วและความปลอดภัยสูง

Economy Air Parcel

บริการส่งพัสดุทางอากาศแบบประหยัด ใช้เวลานานกว่า Express แต่ราคาถูกกว่ามาก

Air Freight สำหรับสินค้าจำนวนมาก

เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจที่ต้องการส่งสินค้าหลายกล่องพร้อมกัน น้ำหนักรวม 20 กก.ขึ้นไป

การคำนวณน้ำหนักปริมาตร (Volume Weight)

สายการบินคำนวณน้ำหนังจากสูตร: กว้าง (ซม.) x ยาว (ซม.) x สูง (ซม.) ÷ 6000 = น้ำหนังปริมาตร (กก.)

ตัวอย่าง: กล่องขนาด 50 x 40 x 30 ซม. มีน้ำหนังปริมาตร = (50 x 40 x 30) ÷ 6000 = 10 กก. แม้น้ำหนังจริงอาจเบากว่า แต่จะคิดค่าขนส่งจากน้ำหนังที่มากกว่า

ประเภทบริการ ระยะเวลา ราคาโดยประมาณ (ต่อกก.) เหมาะสำหรับ
Express Courier 1-3 วัน 120-180 บาท พัสดุด่วน เอกสารสำคัญ สินค้ามูลค่าสูง
Economy Air 5-10 วัน 60-100 บาท ของฝาก ของใช้ส่วนตัว สินค้าทั่วไป
Air Freight 3-7 วัน 40-80 บาท สินค้าเชิงพาณิชย์ จำนวนมาก
Sea Freight (LCL) 10-20 วัน 15-35 บาท สินค้าปริมาณมาก ไม่เร่งด่วน น้ำหนักมาก

การเปรียบเทียบค่าขนส่งระหว่างประเทศจากหลายผู้ให้บริการจะช่วยให้คุณเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับแต่ละครั้งที่ส่ง

Sea Freight สำหรับสินค้าจำนวนมาก

ส่งของไปเวียดนามทางเรือเหมาะกับสินค้าที่มีน้ำหนังมากหรือปริมาตรมาก ไม่เร่งด่วน และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

เอกสารที่จำเป็นสำหรับการส่งของไปเวียดนาม

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญของการส่งพัสดุระหว่างประเทศ

เอกสารพื้นฐานที่ต้องมี

  1. ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice)

    • ชื่อผู้ส่งและผู้รับพร้อมที่อยู่สมบูรณ์
    • รายละเอียดสินค้าแต่ละชิ้น (ชื่อ ปริมาณ มูลค่า)
    • รหัส HS Code ของสินค้า (ใช้สำหรับคำนวณภาษี)
    • มูลค่ารวมทั้งหมด
    • วัตถุประสงค์การส่ง (ของขวัญ ใช้ส่วนตัว หรือเชิงพาณิชย์)
  2. ใบปะหน้าพัสดุ (Airway Bill – AWB)

    • ออกโดยผู้ให้บริการขนส่ง
    • มีเลขติดตาม (Tracking Number) สำหรับตรวจสอบสถานะ
  3. บัญชีรายการสินค้า (Packing List)

    • รายละเอียดจำนวน น้ำหนัง และขนาดแต่ละกล่อง
    • น้ำหนังรวมทั้งหมด
  4. เอกสารเพิ่มเติม (กรณีสินค้าเฉพาะ)

    • Certificate of Origin (C/O) สำหรับสินค้าเชิงพาณิชย์
    • ใบรับรองสุขภาพสำหรับอาหารหรือเครื่องสำอาง
    • ใบอนุญาตนำเข้าสำหรับสินค้าควบคุม

คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารสำหรับการส่งออกจากไทยจากกรมศุลกากรได้

การใช้ HS Code

HS Code (Harmonized System Code) คือรหัส 6-8 หลักที่ใช้ระบุประเภทสินค้าเพื่อคำนวณภาษีศุลกากร ทุกสินค้าที่ส่งไปเวียดนามต้องระบุ HS Code ที่ถูกต้อง

ตัวอย่าง HS Code ทั่วไป:

การระบุ HS Code ผิดอาจทำให้เสียภาษีมากเกินหรือถูกปฏิเสธที่ศุลกากร

พิธีการศุลกากรและภาษีนำเข้า

ภาษีนำเข้าสินค้าเข้าเวียดนาม

เวียดนามมีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามประเภทและมูลค่า พัสดุส่วนตัวที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000,000 VND (ประมาณ 1,400 บาท) จะได้รับยกเว้นภาษี แต่หากมูลค่าเกินจะต้องเสียภาษีดังนี้:

ประเภทสินค้า อัตราภาษี VAT รวม
เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า 15-20% 10% 25-30%
อิเล็กทรอนิกส์ 0-20% 10% 10-30%
เครื่องสำอาง อาหารเสริม 10-25% 10% 20-35%
หนังสือ เอกสาร 0% 5% 5%
ของเล่น ของตกแต่ง 15-30% 10% 25-40%

การคำนวณภาษี = (CIF Value + Duty) x VAT

ขั้นตอนการผ่านศุลกากร

  1. ผู้ให้บริการยื่นเอกสาร: ผู้ให้บริการขนส่งยื่นเอกสารศุลกากรแทนคุณ
  2. ตรวจสอบเอกสาร: เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ Invoice, AWB, และ Packing List
  3. คำนวณภาษี: คำนวณภาษีตามมูลค่าและประเภทสินค้า
  4. ชำระภาษี: ผู้รับจ่ายภาษีก่อนรับสินค้า (หรือผู้ส่งจ่ายล่วงหน้า)
  5. ปล่อยสินค้า: เมื่อจ่ายภาษีครบและเอกสารถูกต้อง พัสดุจะถูกปล่อยส่งต่อ

กรณีที่เอกสารไม่ครบหรือสินค้าต้องการการตรวจสอบพิเศษ อาจใช้เวลา 3-7 วันเพิ่มเติม

⚠️ ข้อจำกัดและสินค้าต้องห้าม

สินค้าที่ห้ามส่งไปเวียดนาม

สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต

การส่งสินค้าต้องห้ามอาจถูกยึด ปรับ หรือดำเนินคดีตามกฎหมายเวียดนาม

💡 เคล็ดลับการส่งของไปเวียดนามให้คุ้มค่า

  1. เปรียบเทียบราคาก่อนเสมอ: ใช้แพลตฟอร์มเช่น ParcelRadar.io เพื่อเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการในคลิกเดียว ประหยัดได้ 30-40%

  2. เลือกบริการให้เหมาะกับความเร่งด่วน: ถ้าไม่เร่ง ใช้ Economy หรือ Sea Freight จะถูกกว่ามาก

  3. บรรจุหีบห่อให้กะทัดรัด: น้ำหนังปริมาตรมีผลต่อค่าขนส่ง ใช้กล่องที่พอดีกับสินค้า

  4. ระบุมูลค่าสินค้าจริง: อย่าระบุต่ำเกินไป อาจทำให้สินค้าไม่ได้รับความคุ้มครองประกัน

  5. ติดป้ายชัดเจน: ใช้ภาษาอังกฤษหรือเวียดนาม ระบุเบอร์โทรผู้รับให้ถูกต้อง

  6. ถ่ายรูปสินค้าก่อนส่ง: เก็บหลักฐานกรณีเกิดปัญหา

  7. ส่งสินค้าหลายชิ้นในคราวเดียว: จะคุ้มกว่าส่งแยกทีละชิ้น

  8. เช็ควันหยุดของเวียดนาม: หลีกเลี่ยงช่วงตรุษเวียดนาม (Tết) ซึ่งศุลกากรและไปรษณีย์อาจทำงานช้า

ตัวอย่างกรณีศึกษาจริง

กรณีที่ 1: ร้านค้าออนไลน์ส่งเสื้อผ้าไปเวียดนาม

สถานการณ์: ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ในไทยต้องการส่งสินค้า 50 ชิ้น น้ำหนัง 15 กก. ไปฮานอย

ตัวเลือกที่พิจารณา:

การตัดสินใจ: เลือก Air Freight เพราะราคาถูกกว่า และเวลา 5 วันยอมรับได้

เอกสารที่ใช้: Commercial Invoice พร้อมรายละเอียดสินค้าทุกชิ้น, Packing List, และระบุ HS Code 6109.10

ผลลัพธ์: สินค้าถึงภายใน 6 วัน ผู้รับจ่ายภาษีนำเข้า 18% และ VAT 10% ประมาณ 1,200 บาท ประหยัดค่าขนส่งได้ 2,300 บาท เมื่อเทียบกับ Express

กรณีที่ 2: ส่งของฝากให้เพื่อนในโฮจิมินห์

สถานการณ์: ส่งของฝาก (เครื่องสำอาง ขนม รองเท้า) น้ำหนัก 3 กก. มูลค่ารวม 2,500 บาท

ตัวเลือก: Economy Air Parcel 450 บาท (7-10 วัน)

เอกสาร: ระบุเป็น Gift มูลค่า 2,500 บาท แนบ Invoice อย่างง่าย

ผลลัพธ์: เนื่องจากมูลค่าเกิน 1,000,000 VND ผู้รับต้องจ่ายภาษี ประมาณ 700 บาท สินค้าถึงภายใน 8 วัน

บทเรียน: ถ้าส่งของฝาก ควรแจกเป็นหลายครั้งให้มูลค่าไม่เกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี

การเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสม

ผู้ให้บริการขนส่งไปเวียดนามมีหลายราย แต่ละรายมีจุดเด่นต่างกัน

ผู้ให้บริการระดับโลก (Express Couriers)

ผู้ให้บริการในภูมิภาค

ผู้ให้บริการไปรษณีย์

Freight Forwarder (สำหรับธุรกิจ)

เหมาะกับการส่งสินค้าจำนวนมาก มีบริการ Door-to-Door, customs clearance ครบวงจร และให้คำปรึกษาเรื่องเอกสารและภาษี

หากต้องการเปรียบเทียบราคาและตัวเลือกที่หลากหลาย สามารถเข้าไปดูที่ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศที่ ParcelRadar.io รวบรวมไว้

วิธีคำนวณค่าขนส่งอย่างแม่นยำ

การคำนวณค่าขนส่งไปเวียดนามต้องพิจารณาหลายปัจจัย

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา

  1. น้ำหนัก: น้ำหนังจริง (Actual Weight) หรือน้ำหนังปริมาตร (Volume Weight) ขึ้นอยู่กับค่าไหนมากกว่า
  2. ขนาด: กล่องใหญ่แต่เบาจะคิดจาก Volume Weight
  3. ระยะทาง: ฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง ราคาแตกต่างกันเล็กน้อย
  4. ประเภทบริการ: Express, Economy, Air Freight, Sea Freight
  5. บริการเสริม: ประกันภัย, COD, Signature Required
  6. ช่วงเวลา: Peak Season (ตรุษจีน ตรุษเวียดนาม) ราคาอาจสูงขึ้น

ตัวอย่างการคำนวณ

กรณี A: กล่อง 1 กล่อง น้ำหนัง 5 กก. ขนาด 30x30x30 ซม.

กรณี B: กล่อง 1 กล่อง น้ำหนัง 2 กก. ขนาด 50x40x40 ซม.

การใช้เครื่องมือคำนวณค่าขนส่งออนไลน์จะช่วยให้ได้ราคาที่แม่นยำและเปรียบเทียบจากหลายผู้ให้บริการได้ทันที

การติดตามสถานะพัสดุ

หลังจากส่งพัสดุแล้ว การติดตามสถานะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความมั่นใจ

วิธีติดตาม

  1. เว็บไซต์ผู้ให้บริการ: ใช้เลข Tracking Number ที่ได้รับ
  2. Application มือถือ: DHL, FedEx, Kerry มี App ติดตามแบบ Real-time
  3. Email/SMS Notification: ตั้งค่าให้แจ้งเตือนทุกครั้งที่สถานะเปลี่ยน
  4. แพลตฟอร์มติดตามพัสดุ: เช็คสถานะจากหลายผู้ให้บริการในที่เดียว

สถานะที่ควรรู้

หากพัสดุติด Customs Clearance นานกว่า 3 วัน ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเช็คว่ามีปัญหาหรือต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมหรือไม่

ข้อควรระวังและปัญหาที่พบบ่อย

ปัญหา: ผู้รับปฏิเสธจ่ายภาษี

วิธีแก้: ตกลงกันก่อนส่งว่าใครจ่ายภาษี หรือเลือกบริการ DDP (Delivered Duty Paid) ที่ผู้ส่งจ่ายภาษีให้ล่วงหน้า

ปัญหา: สินค้าติดศุลกากร

สาเหตุ: เอกสารไม่ครบ HS Code ผิด มูลค่าไม่ชัดเจน หรือสินค้าต้องใบอนุญาต

วิธีแก้: ติดต่อผู้ให้บริการทันที เตรียมเอกสารเพิ่มเติมหรือชี้แจงรายละเอียด

ปัญหา: พัสดุเสียหาย

วิธีแก้: ถ่ายรูปพัสดุทันทีที่เปิด ร้องเรียนภายใน 24-48 ชม. พร้อมหลักฐาน หากซื้อประกันจะได้รับค่าชดเชย

ปัญหา: ค่าขนส่งแพงกว่าที่คิด

สาเหตุ: Volume Weight มากกว่าที่คาดหรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Remote Area, Fuel Surcharge)

วิธีแก้: สอบถามรายละเอียดทั้งหมดก่อนส่ง เปรียบเทียบราคาจากหลายราย

สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีศุลกากรสำหรับการส่งออกจากกรมศุลกากรไทย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ส่งของไปเวียดนามใช้เวลานานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับประเภทบริการ Express ใช้เวลา 1-3 วัน Economy Air ใช้เวลา 5-10 วัน Air Freight ใช้เวลา 3-7 วัน และ Sea Freight ใช้เวลา 10-20 วัน โดยเวลาจริงอาจแปรผันตามพิธีการศุลกากรและช่วงเทศกาล

ค่าส่งของไปเวียดนามเท่าไหร่?

สำหรับพัสดุ 1 กก. ค่าขนส่ง Express อยู่ที่ 800-1,200 บาท Economy Air อยู่ที่ 400-600 บาท ส่วน Air Freight สำหรับสินค้าจำนวนมากอาจต่ำสุดที่ 40-80 บาทต่อกิโลกรัม ราคาจริงขึ้นอยู่กับน้ำหนัง ปลายทาง และผู้ให้บริการ

ต้องจ่ายภาษีหรือไม่เมื่อส่งของไปเวียดนาม?

พัสดุส่วนตัวที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000,000 VND (ประมาณ 1,400 บาท) ได้รับยกเว้นภาษี หากเกินจะต้องเสียภาษีนำเข้า 10-30% และ VAT 5-10% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

สินค้าอะไรส่งไปเวียดนามไม่ได้?

อาวุธ วัตถุระเบิด ยาเสพติด สื่อลามก สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เงินสด พืชและเมล็ดพันธุ์ (ไม่มีใบอนุญาต) และสินค้าเน่าเสียง่าย ส่งไม่ได้หรือต้องมีเอกสารพิเศษ

ส่งเครื่องสำอางไปเวียดนามได้ไหม?

ส่งได้ แต่ต้องระบุรายละเอียดและมูลค่าชัดเจน หากเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ปริมาณมากอาจต้องมี Certificate of Free Sale และอาจเสียภาษีนำเข้า 20-35% แนะนำให้ส่งปริมาณพอเหมาะและแจ้งผู้รับให้พร้อมชำระภาษี

ส่งของผ่านชายแดนไทย-เวียดนามได้ไหม?

ได้ หากเป็นรถขนส่งหรือบุคคลเดินทางผ่านชายแดน แต่ต้องผ่านพิธีการศุลกากรและเตรียมเอกสารครบถ้วน ไม่แนะนำให้ส่งแบบไม่มีเอกสารเพราะอาจถูกยึดหรือปรับ

ส่งอาหารไปเวียดนามได้ไหม?

อาหารแห้ง ขนม ของว่าง ที่บรรจุสุญญากาศส่งได้ แต่อาหารสด เนื้อสัตว์ ผลไม้สด ส่งไม่ได้หรือต้องมีใบรับรองสุขภาพพิเศษ และปริมาณต้องไม่มากเกินไปจนถูกมองว่าเชิงพาณิชย์

ส่งของไปเวียดนามแบบไม่มีใบเสร็จได้ไหม?

ไม่แนะนำ เพราะศุลกากรต้องการ Invoice เพื่อคำนวณภาษี หากไม่มีใบเสร็จ เจ้าหน้าที่อาจประเมินมูลค่าเองซึ่งอาจสูงกว่าความเป็นจริง หรือพัสดุอาจถูกระงับจนกว่าจะมีเอกสารครบถ้วน


การส่งของไปเวียดนามในปี 2026 นี้ง่ายและมีตัวเลือกมากมาย ไม่ว่าจะส่งพัสดุส่วนตัวหรือสินค้าเชิงพาณิชย์ การเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสม เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และเข้าใจเรื่องภาษีศุลกากรจะช่วยให้การส่งของเป็นไปอย่างราบรื่น หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและเปรียบเทียบตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการ ParcelRadar.io พร้อมช่วยคุณเช็คราคา เปรียบเทียบบริการ และเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับทุกครั้งที่ต้องการส่งพัสดุระหว่างประเทศ

Exit mobile version