การส่งของไปสิงคโปร์เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก เพราะระยะทางใกล้และมีผู้ให้บริการขนส่งเยอะ แต่ ส่งของไปสิงคโปร์ ราคา ก็แตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น น้ำหนัก ขนาด ประเภทสินค้า และบริการที่เลือกใช้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีเช็คค่าส่ง ปัจจัยที่มีผลต่อราคา เอกสารที่ต้องเตรียม และวิธีเลือกบริการที่เหมาะกับความต้องการ
สรุปประเด็นสำคัญ:
- ค่าส่งไปสิงคโปร์ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาด ประเภทสินค้า และบริการที่เลือก
- ต้องคำนวณน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight) เพราะอาจมีผลต่อราคาจริง
- เตรียมเอกสารให้ครบ เช่น Invoice, Packing List และแนบค่าของสินค้าถูกต้อง
- สินค้าบางประเภท เช่น แบตเตอรี่ของเหลว ต้องระวังข้อจำกัด
- ควรเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจจอง
ส่งของไปสิงคโปร์ ราคาขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
ราคาค่าส่งของไปสิงคโปร์ไม่ได้มีราคาตายตัว เพราะแต่ละผู้ให้บริการมีวิธีคำนวณและตั้งราคาที่แตกต่างกัน ปัจจัยหลักที่มีผลต่อค่าส่ง ได้แก่:
น้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร
ผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะคิดค่าขนส่งจากน้ำหนักที่มากกว่าระหว่าง น้ำหนักจริง กับ น้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)
สูตรคำนวณน้ำหนักปริมาตร:
- กว้าง (cm) x ยาว (cm) x สูง (cm) / 5,000 (สำหรับ Express/Air)
- กว้าง (cm) x ยาว (cm) x สูง (cm) / 6,000 (บางสายการบิน)
ตัวอย่าง: กล่องขนาด 40 x 30 x 30 cm น้ำหนักจริง 3 กก.
- น้ำหนักปริมาตร = (40 x 30 x 30) / 5,000 = 7.2 กก.
- คิดค่าส่งจาก 7.2 กก. (น้ำหนักปริมาตร) เพราะมากกว่าน้ำหนักจริง

ประเภทบริการขนส่ง
| ประเภทบริการ | ระยะเวลา | ราคา | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Express (DHL, FedEx, UPS) | 2-4 วัน | สูง | เอกสารด่วน สินค้าราคาสูง |
| Economy Air | 5-10 วัน | ปานกลาง | พัสดุทั่วไป ของใช้ส่วนตัว |
| Air Freight | 7-14 วัน | ปานกลาง-ต่ำ | สินค้าหลายกล่อง น้ำหนักมาก |
| Sea Freight | 14-30 วัน | ต่ำมาก | สินค้าเชิงธุรกิจ ปริมาณมาก |
Express เหมาะกับพัสดุเร่งด่วนที่ต้องถึงเร็ว แต่ค่าส่งสูง ขณะที่ Economy หรือ Air Freight เหมาะกับสินค้าที่ไม่รีบ ต้องการประหยัดค่าขนส่ง
ประเภทสินค้าและความเสี่ยง
สินค้าบางประเภทมีค่าส่งสูงกว่าเพราะต้องดูแลพิเศษหรือมีข้อจำกัด เช่น:
- สินค้าอันตราย (แบตเตอรี่ลิเธียม น้ำหอม สเปรย์) ต้องบรรจุตามมาตรฐาน IATA
- ของเหลว (ครีม น้ำมัน เครื่องสำอาง) ต้องแพ็กให้รั่วไหล
- อาหารสด (ขนม ผลไม้แห้ง) ต้องมี Health Certificate บางกรณี
- เครื่องสำอาง ต้องระบุส่วนประกอบและค่าของ
สินค้าพวกนี้อาจต้องใช้บริการพิเศษหรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ควรแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบตั้งแต่ขอราคา
วิธีเช็คและเปรียบเทียบค่าส่งของไปสิงคโปร์
การเช็คราคาค่าส่งควรทำจากหลายช่องทางเพื่อเปรียบเทียบให้ได้ราคาที่ดีที่สุด ขั้นตอนที่แนะนำคือ:
ขั้นตอนการเช็คราคา
-
เตรียมข้อมูลพัสดุ
- น้ำหนักจริง (กก.)
- ขนาดกล่อง (กว้าง x ยาว x สูง ซม.)
- ประเภทสินค้าและมูลค่า
- ที่อยู่ปลายทางในสิงคโปร์
-
ขอราคาจากหลายช่องทาง
- เว็บไซต์ผู้ให้บริการโดยตรง (DHL, FedEx, Kerry, Thailand Post)
- ตัวแทนขนส่งในประเทศไทย
- แพลตฟอร์มเปรียบเทียบค่าขนส่ง เช่น ParcelRadar.io
-
เปรียบเทียบรายละเอียด
- ราคาที่แสดงรวม VAT และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหรือไม่
- ระยะเวลาจัดส่งจริง (วันทำการ)
- บริการติดตามพัสดุและประกันภัย
- เงื่อนไขการคืนเงินหากของหายหรือเสียหาย
-
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- มีค่า Fuel Surcharge หรือค่าปรับระยะไกลหรือไม่
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีปลายทาง (DDP หรือ DDU)
- มีบริการรับพัสดุถึงบ้านหรือต้องส่งเองที่สาขา

ตัวอย่างการเปรียบเทียบราคา
สมมติส่งพัสดุน้ำหนัก 5 กก. ขนาด 40x30x25 cm จากกรุงเทพไปสิงคโปร์:
| ผู้ให้บริการ | ประเภท | ระยะเวลา | ราคาโดยประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| DHL Express | Express | 2-3 วัน | 1,800-2,500 บาท | รวม Fuel Surcharge |
| FedEx International Priority | Express | 2-4 วัน | 1,700-2,400 บาท | ประกันฟรีถึง 100 USD |
| Thailand Post EMS | Economy | 4-7 วัน | 900-1,300 บาท | ไม่รวมประกัน |
| Kerry Express | Economy | 5-9 วัน | 800-1,200 บาท | ต้องเช็คน้ำหนักจริง |
หมายเหตุ: ราคาเป็นเพียงตัวอย่างและอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา โปรโมชั่น และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ ควรขอใบเสนอราคาล่าสุดก่อนส่งจริง
การใช้แพลตฟอร์มเช่น ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการในคลิกเดียว ประหยัดเวลาและเห็นภาพรวมชัดเจนกว่าเช็คทีละเว็บ
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับส่งของไปสิงคโปร์
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนช่วยให้พัสดุผ่านศุลกากรได้เร็วและลดปัญหาการถูกกัก เอกสารหลักที่ต้องมี ได้แก่:
Commercial Invoice / Proforma Invoice
- รายการสินค้า (ชื่อ ปริมาณ น้ำหนัก)
- มูลค่าสินค้า (ต่อชิ้นและรวม ใน USD หรือ SGD)
- HS Code (รหัสพิกัดศุลกากร 6-8 หลัก)
- ประเทศต้นกำเนิดสินค้า (Country of Origin)
- ชื่อผู้ส่ง ผู้รับ และลายเซ็น
ข้อควรระวัง: ห้ามแจ้งมูลค่าต่ำกว่าความจริงเพื่อหลีกภาษี เพราะอาจถูกปรับหรือยึดสินค้า ควรระบุราคาจริงตามใบเสร็จหรือราคาตลาด
Packing List
- รายละเอียดการบรรจุหีบห่อ (จำนวนกล่อง น้ำหนักแต่ละกล่อง)
- เลขที่กล่อง (เช่น Box 1 of 3)
- มิติของแต่ละกล่อง
เอกสารเพิ่มเติม (ตามประเภทสินค้า)
- Certificate of Origin (C/O) สำหรับสินค้าที่ต้องการลดหรือยกเว้นภาษีตามสิทธิพิเศษ FTA
- Health Certificate สำหรับอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง
- MSDS (Material Safety Data Sheet) สำหรับสารเคมี ของเหลวไวไฟ
- Product Registration สำหรับยา เครื่องสำอาง บางประเภท
ภาษีและค่าธรรมเนียมศุลกากรสิงคโปร์
สิงคโปร์มีกฎศุลกากรที่ค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะสินค้าส่วนใหญ่ปลอดภาษีนำเข้า แต่มีข้อยกเว้น บางกรณี:
สินค้าที่ต้องเสียภาษี
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ บุหรี่ มีภาษีสูงมาก
- น้ำมันเชื้อเพลิง และ ยานพาหนะ
- สินค้าบางประเภทที่รัฐกำหนด
GST (Goods and Services Tax)
สิงคโปร์เก็บ GST 9% (ปี 2026) จากมูลค่าสินค้า รวมค่าขนส่งและประกันภัย
สูตรคำนวณ: (มูลค่าสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกัน) x 9%
ยกเว้น GST: พัสดุส่วนตัวที่มูลค่าไม่เกิน 400 SGD (ประมาณ 11,000 บาท) และไม่ใช่สินค้าเชิงพาณิชย์
DDP vs DDU
- DDP (Delivered Duty Paid): ผู้ส่งชำระภาษีและค่าธรรมเนียมทั้งหมดก่อนของถึงปลายทาง ผู้รับไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
- DDU (Delivered Duty Unpaid): ผู้รับต้องชำระภาษีและค่าธรรมเนียมเองที่ปลายทาง
ส่วนใหญ่ผู้ส่งเลือก DDU เพราะราคาค่าส่งถูกกว่า แต่ผู้รับต้องเตรียมเงินไว้จ่ายเมื่อของถึง
ข้อจำกัดและสินค้าต้องห้ามในการส่งไปสิงคโปร์
สิงคโปร์มีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับสินค้าบางประเภท การส่งสินค้าต้องห้ามอาจถูกยึดหรือปรับ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนส่ง:
สินค้าต้องห้ามเด็ดขาด
- หมากฝรั่ง (Chewing Gum) ยกเว้นประเภททางการแพทย์
- ยาเสพติดทุกชนิด
- อาวุธปืน ระเบิด ดอกไม้เพลิง
- วัตถุโบราณและของมีค่าทางประวัติศาสตร์
- สิ่งพิมพ์ลามก วิดีโอต้องห้าม
- เครื่องเล่นเกมที่ผิดกฎหมาย
สินค้าที่ต้องขออนุญาต
- ยาและเครื่องสำอาง ต้องมี Health Sciences Authority (HSA) อนุมัติ
- อาหารเสริม วิตามิน ต้องตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตหรือไม่
- อุปกรณ์สื่อสาร (วิทยุ เครื่องรับส่งสัญญาณ) ต้องมีใบอนุญาต
- สัตว์เลี้ยง พืช เมล็ดพันธุ์ ต้องมีเอกสารและผ่านการกักกัน
เคล็ดลับการแพ็กสินค้า
- ใช้กล่องแข็งแรงทนทาน ไม่ฉีกขาดง่าย
- ห่อสินค้าแต่ละชิ้น ด้วยกระดาษฟอง (Bubble Wrap) หรือโฟมเพื่อป้องกันการกระแทก
- อุดช่องว่างในกล่องด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือโฟมอัดเพื่อไม่ให้สินค้าเคลื่อนไหว
- ปิดผนึกกล่องด้วยเทปแข็งแรง อย่างน้อย 3 รอบ
- ติดฉลากที่อยู่ผู้ส่งและผู้รับชัดเจน เขียนตัวพิมพ์ใหญ่ ไม่ซ้อนทับ
- ห้ามใส่ของมีค่าหรือเงินสดในพัสดุ ควรซื้อประกันภัยเพิ่มเติม
เลือกบริการขนส่งไปสิงคโปร์อย่างไรให้เหมาะสม
การเลือกบริการขนส่งควรดูจากหลายปัจจัย ไม่ได้เน้นแค่ราคาถูก แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมกับความต้องการด้วย:
พิจารณาตามประเภทพัสดุ
พัสดุเอกสารหรือของมีค่า
- ใช้ Express เช่น DHL, FedEx เพราะรวดเร็ว ติดตามได้ทุกขั้นตอน และมีประกันภัย
- ส่งถึงภายใน 2-4 วัน
สินค้าทั่วไป ของใช้ส่วนตัว
- ใช้ Economy Air เช่น Thailand Post EMS, Kerry Express ราคาปานกลาง
- ส่งถึงภายใน 5-10 วัน
สินค้าเชิงพาณิชย์หลายกล่อง
- ใช้ Air Freight สำหรับสินค้าน้ำหนัก 50 กก. ขึ้นไป
- ราคาถูกกว่า Express มาก แต่ต้องจัดการเอกสารศุลกากรเอง
สินค้าปริมาณมาก ไม่รีบ
- ใช้ Sea Freight LCL/FCL สำหรับสินค้าหลายพาเลท
- ระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ แต่ประหยัดสุด
หากคุณส่งสินค้าเป็นประจำหรือปริมาณมาก การใช้บริการ Air Freight ระหว่างประเทศ จะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้อย่างมาก เพราะมีราคาพิเศษสำหรับชิปเมนท์ขนาดใหญ่
พิจารณาตามงบประมาณและระยะเวลา
| ความต้องการ | บริการที่แนะนำ | ราคา | ระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| ส่งด่วนมาก | Express (DHL, FedEx) | สูงสุด | 2-3 วัน |
| ส่งเร็วพอใช้ | Economy Air (EMS) | ปานกลาง | 5-7 วัน |
| ประหยัดสุด | Air Freight / Sea | ต่ำสุด | 7-30 วัน |
ตรวจสอบรีวิวและประสบการณ์ลูกค้า
ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ควรตรวจสอบ:
- รีวิวจากลูกค้าจริง ใน Google, Facebook, Pantip
- อัตราการส่งสำเร็จ และเวลาส่งจริง
- บริการหลังการขาย ตอบคำถามเร็ว แก้ปัญหาได้หรือไม่
- ค่าชดเชยหากของหาย ตามกรมธรรม์ประกันภัย
เคล็ดลับประหยัดค่าส่งของไปสิงคโปร์
การวางแผนและเลือกใช้บริการอย่างชาญฉลาดช่วยลดค่าขนส่งได้มาก:
ลดขนาดและน้ำหนักกล่อง
- เลือกกล่องที่พอดีกับสินค้า อย่าใช้กล่องใหญ่เกินไป
- ถอดกล่องสินค้าเดิมออกหากไม่จำเป็น
- ใช้ ซองพลาสติกแทนกล่อง สำหรับสินค้าที่ไม่เปราะ เพื่อลดน้ำหนักปริมาตร
รวมพัสดุหลายชิ้นในกล่องเดียว
แทนที่จะส่ง 3 กล่องๆ ละ 2 กก. ควรรวมเป็นกล่องเดียว 6 กก. เพราะค่าส่งต่อกิโลกรัมจะถูกลง
เลือกช่วงโปรโมชั่น
ผู้ให้บริการหลายรายมีโปรโมชั่นพิเศษในช่วง:
- ต้นปี (มกราคม-กุมภาพันธ์)
- กลางปี (มิถุนายน-กรกฎาคม)
- ก่อนเทศกาล (พฤศจิกายน-ธันวาคม)
ติดตามข่าวสารจากผู้ให้บริการหรือสมัครรับ Newsletter เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่น
ใช้บริการเปรียบเทียบราคา
การใช้แพลตฟอร์มอย่าง ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของตัวเลือกทั้งหมดในที่เดียว ประหยัดเวลาและเงิน เพราะไม่ต้องเสียเวลาเช็คทีละเว็บไซต์

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
พัสดุถูกกักที่ศุลกากร
สาเหตุ:
- เอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ชัดเจน
- มูลค่าสินค้าไม่ตรงกับความเป็นจริง
- สินค้าต้องห้ามหรือต้องขออนุญาต
วิธีแก้:
- ติดต่อผู้ให้บริการขนส่งเพื่อสอบถามรายละเอียด
- เตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามที่ศุลกากรร้องขอ
- หากเป็นสินค้าต้องห้าม อาจต้องยอมให้ทำลาย
ของหายหรือเสียหาย
วิธีดำเนินการ:
- แจ้งเคลมภายใน 7-14 วัน หลังรับของ (ตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ)
- เตรียมหลักฐาน: ใบเสร็จ รูปถ่ายความเสียหาย Tracking Number
- กรอกแบบฟอร์มเคลมและส่งให้ผู้ให้บริการ
- รอผลพิจารณา (ใช้เวลา 30-60 วัน)
ข้อควรระวัง: การซื้อประกันภัยเพิ่มเติมช่วยคุ้มครองมูลค่าสินค้าเต็มจำนวน หากไม่มีประกันเพิ่ม การชดเชยมักจำกัดที่ 100 USD หรือ 20 USD/kg เท่านั้น
ผู้รับปฏิเสธจ่ายภาษี
หากส่งแบบ DDU และผู้รับไม่ยอมจ่ายภาษี พัสดุจะถูกส่งคืนไทย และผู้ส่งต้องเสียค่าขนส่งกลับด้วย
วิธีป้องกัน:
- แจ้งผู้รับล่วงหน้าว่าอาจมีภาษี
- ระบุมูลค่าสินค้าให้ถูกต้องเพื่อประเมินภาษีได้แม่นยำ
- เลือกส่งแบบ DDP หากไม่แน่ใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ส่งของไปสิงคโปร์ ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่
ค่าส่งขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาด และบริการที่เลือก สำหรับพัสดุเล็ก 1-2 กก. ราคาเริ่มต้นประมาณ 300-500 บาท (Economy) ถึง 800-1,500 บาท (Express) แต่ราคาจริงควรขอใบเสนอราคาล่าสุดจากผู้ให้บริการเพราะอาจมีโปรโมชั่นหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ส่งของไปสิงคโปร์ใช้เวลากี่วัน
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับบริการที่เลือก Express ใช้เวลา 2-4 วัน Economy Air ใช้เวลา 5-10 วัน Air Freight ใช้เวลา 7-14 วัน และ Sea Freight ใช้เวลา 14-30 วัน ระยะเวลาจริงอาจนานขึ้นในช่วงเทศกาลหรือหากพัสดุถูกกักที่ศุลกากร
ส่งอาหารไปสิงคโปร์ได้หรือไม่
ส่งได้ แต่ต้องเป็นอาหารแห้ง ห่อแน่น และมีอายุเก็บนาน เช่น ขนม ผลไม้แห้ง เครื่องเทศ ห้ามส่งอาหารสดเน่าเสียง่าย เนื้อสัตว์ดิบ หรือผลไม้สด หากส่งอาหารเสริมหรือสินค้าสุขภาพ ต้องตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตจาก HSA หรือไม่
ต้องเสียภาษีเมื่อส่งของไปสิงคโปร์หรือไม่
สินค้าส่วนใหญ่ปลอดภาษีนำเข้า แต่ต้องเสีย GST 9% หากมูลค่าเกิน 400 SGD (ประมาณ 11,000 บาท) หรือเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ สินค้าบางประเภทเช่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่มีภาษีสูงมาก ควรเช็คมูลค่าและประเภทสินค้าก่อนส่ง
ส่งพัสดุไปสิงคโปร์ที่ไหนถูกที่สุด
ไม่มีผู้ให้บริการใดที่ถูกที่สุดในทุกกรณี เพราะขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาด และโปรโมชั่นในแต่ละช่วง ควรใช้บริการเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการ เช่น ParcelRadar.io เพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับความต้องการและงบประมาณของคุณ
ติดตามพัสดุไปสิงคโปร์อย่างไร
ผู้ให้บริการจะมี Tracking Number ให้หลังจากรับพัสดุ คุณสามารถติดตามสถานะผ่านเว็บไซต์ผู้ให้บริการหรือแอปพลิเคชันได้ บางบริการส่ง SMS หรืออีเมลแจ้งเตือนทุกขั้นตอน เช่น รับพัสดุแล้ว ออกจากประเทศไทย ถึงสิงคโปร์ และส่งมอบสำเร็จ
การส่งของไปสิงคโปร์ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อราคา เตรียมเอกสารครบ แพ็กของให้ถูกวิธี และเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะกับความต้องการ หากต้องการประหยัดเวลาและเงิน ลองเช็คและเปรียบเทียบตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการผ่าน ParcelRadar.io เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้ราคาและบริการที่คุ้มค่าที่สุดก่อนตัดสินใจส่งจริง




