ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น

ส่งของไปญี่ปุ่น

จะส่งของจากไทยไปญี่ปุ่น ไม่ต้องไล่เช็กราคาและเงื่อนไขทีละบริษัท ParcelRadar รวม หลาย บริการไว้ให้เทียบในหน้าเดียว ทั้ง ePacket ส่งด่วน ทางเรือ และ DDP รวมภาษี ช่วยให้เลือกวิธีส่งพัสดุไปญี่ปุ่นที่เหมาะกับงบ เวลา และประเภทสินค้าได้ง่ายขึ้น

ราคาถูกที่สุดที่เราพบ
เริ่มต้น ฿189
ผ่าน ePacket

ข้อมูลการจัดส่งและศุลกากรอัปเดตล่าสุด: 8 สิงหาคม 2569

เช็คราคาส่งของไปญี่ปุ่น

วิธีส่งของจากไทยไปญี่ปุ่นใน 4 ขั้นตอน

เตรียมข้อมูลให้ครบก่อนจอง จะช่วยให้ราคาที่เห็นแม่นยำและลดโอกาสที่พัสดุติดตรวจเอกสารระหว่างทาง

  1. ตรวจสอบสินค้า

    เช็กว่าสินค้าไม่อยู่ในรายการห้ามส่งหรือสินค้าควบคุมของผู้ขนส่งและญี่ปุ่น

  2. แพ็คและวัดกล่อง

    ชั่งน้ำหนักหลังแพ็ค และวัดกว้าง x ยาว x สูง เพราะขนส่งอาจคิดจากน้ำหนักปริมาตร

  3. เปรียบเทียบราคา

    กรอกข้อมูลใน ParcelRadar แล้วเลือกบริการตามราคา ระยะเวลา และเงื่อนไขที่เหมาะกับพัสดุ

  4. ให้เราจัดการเอกสาร

    ส่งข้อมูลสินค้าให้ทีม ParcelRadar เราช่วยทำ invoice, packing list และประสานใบอนุญาตที่จำเป็นให้ก่อนส่ง

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการส่งพัสดุไปญี่ปุ่น

ParcelRadar ช่วยเทียบค่าขนส่ง เงื่อนไขภาษี และตรวจเอกสารให้ก่อนส่ง

ลูกค้าจึงเลือกได้ว่าจะใช้บริการทั่วไปหรือ DDP โดยไม่ต้องจัดการเรื่องศุลกากรและเอกสารเพียงลำพัง

ไม่อยากกังวลเรื่องภาษี ให้เลือก DDP

พัสดุมูลค่าศุลกากรรวมไม่เกิน 10,000 เยน โดยทั่วไปได้รับยกเว้นอากรและภาษีบริโภค แต่สินค้าบางกลุ่มไม่เข้าเกณฑ์

หากมูลค่าเกินหรือไม่แน่ใจ ให้เลือก DDP ที่รวมค่าใช้จ่ายนำเข้าตามเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า

ทีมงานจะช่วยตรวจประเภทสินค้า มูลค่าสำแดง และเงื่อนไขให้ก่อนเลือกบริการ

ส่งอาหารไปญี่ปุ่น ต้องตรวจประเภทก่อน

ญี่ปุ่นควบคุมเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผัก และผลไม้เข้มงวด สินค้าหลายชนิดห้ามส่งทางไปรษณีย์หากไม่มีใบรับรองตามกำหนด

ก่อนส่งอาหารกับ ParcelRadar เราช่วยตรวจส่วนประกอบและข้อกำหนด พร้อมจัดทำ invoice, packing list

และประสานใบรับรองหรือใบอนุญาตที่จำเป็นให้ ลูกค้าไม่ต้องจัดการเอกสารเพียงลำพัง

เอกสารส่งของไปญี่ปุ่น ให้ ParcelRadar ช่วยเตรียมให้

เอกสารหลักมักประกอบด้วยใบปะหน้า ใบศุลกากร commercial invoice และ packing list รวมถึงใบรับรองสุขอนามัย ใบรับรองแหล่งกำเนิด หรือใบอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับสินค้าบางประเภท หากส่งพัสดุกับ ParcelRadar ทีมงานจะช่วยตรวจว่าต้องใช้เอกสารใดและประสานขั้นตอนให้ ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าจะกรอกหรือจัดทำเอกสารเหล่านี้อย่างไร

เพียงแจ้งชื่อสินค้า จำนวน มูลค่า ส่วนประกอบหรือรูปสินค้า และวัตถุประสงค์การส่งให้ทีม ParcelRadar เราจะช่วยตรวจข้อมูล จัดทำ invoice และ packing list พร้อมช่วยประสานใบอนุญาตหรือเอกสารเฉพาะที่จำเป็นก่อนส่ง เพื่อลดโอกาสที่พัสดุจะล่าช้าจากข้อมูลไม่ครบ

คำถามที่พบได้บ่อย

ส่งของไปญี่ปุ่น กี่บาท และบริการไหนถูกสุด?

ตัวอย่างพัสดุชิ้นเล็กจากกรุงเทพฯ ไปโตเกียว ePacket เริ่ม 189 บาท และเป็นราคาถูกสุดที่พบในผลค้นหานี้ ราคาจริงขึ้นอยู่กับน้ำหนักหลังแพ็ค ขนาดกล่อง รหัสไปรษณีย์ และประเภทสินค้า

ส่งของไปญี่ปุ่น ไปรษณีย์ไทย ราคาเท่าไร?

ตัวอย่าง ePacket เริ่ม 189 บาท ใช้ประมาณ 7-15 วัน และ Surface Parcel เริ่ม 690 บาท ใช้ประมาณ 30-90 วัน ParcelRadar ช่วยเทียบตัวเลือกไปรษณีย์ไทยกับขนส่งเอกชนหลายบริการในหน้าเดียว

ส่งพัสดุไปญี่ปุ่น แบบด่วน ใช้กี่วัน?

บริการด่วนใช้ประมาณ 2-5 วัน เช่น DHL Express Worldwide ส่วน FedEx International Priority ใช้ประมาณ 3-5 วัน ระยะเวลายังขึ้นอยู่กับวันหยุด พื้นที่ปลายทาง และการตรวจศุลกากร

ส่งของจากไทยไปญี่ปุ่น ทางเรือ ราคาและระยะเวลาเป็นอย่างไร?

ตัวอย่าง Surface Parcel เริ่ม 690 บาทและใช้ประมาณ 30-90 วัน เหมาะกับพัสดุไม่เร่งด่วน ราคาจริงขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาดกล่อง ประเภทสินค้า และพื้นที่ปลายทาง

ส่งอาหารไปญี่ปุ่นได้ไหม และต้องใช้เอกสารอะไร?

อาหารบางประเภทส่งได้ แต่ญี่ปุ่นควบคุมเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผัก และผลไม้เข้มงวด เมื่อส่งกับ ParcelRadar เราช่วยตรวจส่วนประกอบ จัดทำ invoice และ packing list พร้อมประสานใบรับรองหรือใบอนุญาตที่จำเป็นก่อนส่ง

ปลายทางยอดนิยมอื่น ๆ

เยอรมนีสหรัฐอเมริกาสหราชอาณาจักรฝรั่งเศสญี่ปุ่นเนเธอร์แลนด์สิงคโปร์เบลเยียม