การส่งของไปจีนไม่ว่าจะเป็นพัสดุส่วนตัว ของฝาก หรือสินค้าเชิงพาณิชย์ มีค่าใช้จ่ายที่ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น น้ำหนัก ขนาด ประเภทสินค้า และวิธีการขนส่ง บทความนี้จะอธิบายให้เห้นว่าค่าส่งของไปจีนคำนวณยังไง เอกสารอะไรที่ต้องเตรียม และจะเลือกบริการขนส่งอย่างไรให้ตรงกับความต้องการและงบประมาณ
สรุปประเด็นสำคัญ:
- ค่าส่งของไปจีนขึ้นกับน้ำหนักจริง น้ำหนักปริมาตร และประเภทบริการ (ส่งด่วน ทางรถ ทางเรือ หรือทางอากาศ)
- เอกสารที่ต้องมี ได้แก่ Invoice Packing List และหนังสือมอบอำนาจ (กรณีใช้ตัวแทน)
- ภาษีนำเข้าจีนคำนวณจากราคา CIF และแตกต่างตามชนิดสินค้า
- สินค้าต้องห้าม/จำกัดอาจเปลี่ยนไปตามกฎหมาย ควรตรวจสอบก่อนส่งจริง
- การใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบค่าขนส่งช่วยประหยัดเวลาและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ค่าส่งของไปจีนคำนวณจากอะไรบ้าง
ค่าขนส่งจากไทยไปจีนไม่ได้มีราคาเดียวเหมือนกัน แต่ขึ้นกับหลายปัจจัยที่ผู้ส่งควรทำความเข้าใจก่อนขอใบเสนอราคา
น้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตร
ผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะคิดค่าขนส่งจากน้ำหนักที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)
น้ำหนักจริง คือน้ำหนักที่ชั่งได้จริง ส่วนน้ำหนักปริมาตรคำนวณจาก:
น้ำหนักปริมาตร (kg) = (ยาว x กว้าง x สูง ซม.) / 5000
ตัวอย่าง: กล่องขนาด 50 x 40 x 30 ซม. น้ำหนักจริง 8 กก.
- น้ำหนักปริมาตร = (50 x 40 x 30) / 5000 = 12 กก.
- ค่าขนส่งจะคิดจาก 12 กก. เพราะมากกว่าน้ำหนักจริง
ประเภทบริการขนส่ง
มีตัวเลือกหลักคือ:
- Express (ส่งด่วนทางอากาศ): ใช้เวลา 2-5 วันทำการ ราคาสูงที่สุด เหมาะกับของเร่งด่วนหรือมูลค่าสูง
- Air Freight (ขนส่งทางอากาศ): ใช้เวลา 5-10 วัน ราคากลาง เหมาะกับพัสดุที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 20 กก. ขึ้นไป
- Sea Freight (ขนส่งทางเรือ): ใช้เวลา 15-30 วัน ราคาต่ำสุด เหมาะกับของปริมาณมากหรือไม่เร่งรีบ
- ขนส่งทางรถ: ใช้เวลา 7-14 วัน ราคาปานกลาง เหมาะกับของที่ส่งไปเมืองชายแดนหรือใกล้พรมแดน

ระยะทางและจุดหมายปลายทาง
เมืองหลักในจีน เช่น กวางโจว เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง มักมีเส้นทางตรงและราคาต่อหน่วยต่ำกว่าเมืองรอง ส่วนเมืองเล็กห้างไกลอาจต้องมีการขนส่งต่อ ทำให้ค่าส่งและระยะเวลาเพิ่มขึ้น
ประเภทและมูลค่าสินค้า
สินค้าบางประเภท เช่น ของเหลว แบตเตอรี่ สารเคมี อาหารสด อาจเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มหรือต้องใช้เอกสารพิเศษ สินค้าที่มีมูลค่าสูงอาจต้องซื้อประกันเพิ่มเติม
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับส่งของไปจีน
การส่งพัสดุไปจีนต้องมีเอกสารครบตามข้อกำหนดของศุลกากรไทยและจีน ขาดเอกสารอาจทำให้ของติดค้างหรือถูกปฏิเสธ
เอกสารพื้นฐานที่ต้องมีทุกครั้ง
- Invoice (ใบแจ้งราคาสินค้า): ระบุรายการสินค้า ราคา น้ำหนัก จำนวน เลขผู้ส่ง/ผู้รับ และลงวันที่
- Packing List (บัญชีรายการบรรจุ): ระบุรายละเอียดการแพ็กแต่ละพัสดุ เช่น น้ำหนักต่อกล่อง ขนาดกล่อง
- หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney): กรณีใช้ตัวแทนหรือบริษัทขนส่งเดินพิธีการศุลกากรแทน
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับสินค้าบางประเภท
| ประเภทสินค้า | เอกสารเพิ่มเติม |
|---|---|
| อาหาร เครื่องสำอาง | ใบรับรอง FDA หรือเอกสารแสดงคุณภาพ |
| เครื่องใช้ไฟฟ้า | Certificate of Origin (C/O) หรือใบรับรองมาตรฐาน |
| ยา สมุนไพร | ใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| แบตเตอรี่ สารเคมี | MSDS (Material Safety Data Sheet) |
หากส่งของเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค้าเกิน 1,000 USD ควรมีเอกสาร Certificate of Origin (ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า) เพื่อรับสิทธิภาษีศุลกากรพิเศษ
ภาษีและพิธีการศุลกากรเมื่อส่งของไปจีน
ภาษีนำเข้าสินค้าไปจีนคำนวณจากราคา CIF (Cost, Insurance, Freight) ซึ่งรวมค่าสินค้า ค่าประกัน และค่าขนส่งเข้าด้วยกัน อัตราภาษีขึ้นกับ HS Code ของสินค้าแต่ละชนิด
อัตราภาษีทั่วไป
- พัสดุส่วนตัวที่มูลค่าไม่เกิน 1,000 CNY (ประมาณ 5,000 บาท) มักได้รับยกเว้นภาษี
- สินค้าเกิน 1,000 CNY จะเสียภาษีตามประเภท เช่น เสื้อผ้า 13-17%, อิเล็กทรอนิกส์ 10-20%, เครื่องสำอาง 30-50%
หมายเหตุ: อัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของจีน ควรตรวจสอบจากผู้ให้บริการขนส่งหรือตัวแทนศุลกากรก่อนส่งจริง
พิธีการศุลกากร
- ยื่นเอกสาร: Invoice, Packing List, และเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี)
- ตรวจสอบและประเมินภาษี: เจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนตรวจสอบเอกสารและสินค้า
- ชำระภาษี: ผู้รับหรือตัวแทนชำระภาษีก่อนปล่อยของ
- รับของ: หลังชำระภาษีแล้ว สินค้าจะถูกส่งต่อไปยังผู้รับปลายทาง
ระยะเวลาเฉลี่ย 1-3 วัน (Express) หรือ 3-7 วัน (บริการทั่วไป) ขึ้นกับความซับซ้อนของสินค้า

สินค้าที่ห้ามหรือจำกัดการส่งไปจีน
จีนมีกฎหมายควบคุมสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด สินค้าบางประเภทอาจถูกห้ามหรือต้องขออนุญาตพิเศษ
สินค้าต้องห้าม
- อาวุธ วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง
- ยาเสพติด สารเคมีอันตราย
- สื่อลามกอนาจาร สื่อที่ละเมิดลิขสิทธิ์
- ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าหายาก
- เงินตราปลอม เอกสารปลอม
สินค้าที่มีข้อจำกัด
- อาหารสด เนื้อสัตว์ ผลไม้: ต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองสุขอนามัย
- พืชและเมล็ดพันธุ์: ต้องผ่านการตรวจโรคพืช
- ยาและเครื่องสำอาง: ต้องขึ้นทะเบียนกับ NMPA (National Medical Products Administration)
- แบตเตอรี่ลิเธียม: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน IATA สำหรับสินค้าอันตราย
ก่อนส่ง ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งว่าสินค้าของคุณอยู่ในรายการต้องห้ามหรือไม่
วิธีเลือกบริการขนส่งไปจีนให้คุ้มค่า
การเลือกบริการขนส่งที่เหมาะสมช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ควรพิจารณาจากลักษณะของพัสดุและความเร่งด่วน
เปรียบเทียบตัวเลือกตามลักษณะการใช้งาน
| สถานการณ์ | บริการแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| พัสดุเร่งด่วน น้ำหนักไม่เกิน 10 กก. | Express (DHL, FedEx, UPS) | ส่งเร็วที่สุด 2-5 วัน ติดตามได้ตลอด |
| ของฝาก ของใช้ส่วนตัว น้ำหนัก 5-30 กก. | Air Freight ผ่านตัวแทน | ราคาถูกกว่า Express แต่ส่งไวกว่าเรือ |
| สินค้าเชิงพาณิชย์ ปริมาณมาก ไม่เร่งรีบ | Sea Freight (LCL/FCL) | ประหยัดที่สุด เหมาะกับของหนัก/มาก |
| สินค้าส่งไปเมืองใกล้ชายแดน เช่น คุนหมิง | ขนส่งทางรถ | สะดวก ราคาพอดี ใช้เวลาไม่นานมาก |
เคล็ดลับการประหยัดค่าส่ง
- รวมพัสดุหลายชิ้นให้เป็นกล่องเดียว: ลดค่าบริการต่อหน่วย
- ลดน้ำหนักปริมาตร: ใช้กล่องขนาดพอดีกับของ ไม่ฟุ่มเฟือย
- เปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการ: ราคาแตกต่างกันได้มากถึง 20-40%
- ส่งในช่วงไม่ใช่ High Season: หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลจีนหรือ 11.11
การใช้แพลตฟอร์มเช็คและเปรียบเทียบค่าขนส่งช่วยให้คุณเห็นตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการในที่เดียว ประหยัดเวลาและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนการส่งของไปจีนตั้งแต่เริ่มต้น
การส่งของไปจีนมีขั้นตอนหลักที่ควรทำตามลำดับเพื่อให้กระบวนการราบรื่น
- ตรวจสอบสินค้า: ให้แน่ใจว่าสินค้าไม่ใช่ของต้องห้าม
- แพ็กสินค้า: ใช้กล่องแข็งแรง บรรจุให้แน่น เติมวัสดุกันกระแทก
- เตรียมเอกสาร: Invoice, Packing List, และเอกสารอื่นตามประเภทสินค้า
- เลือกผู้ให้บริการและขอใบเสนอราคา: เปรียบเทียบจากหลายราย
- ชำระค่าบริการและส่งมอบพัสดุ: ส่งไปที่จุดรับพัสดุหรือนัดให้มารับที่บ้าน/ออฟฟิศ
- ติดตามสถานะ: ใช้เลขแทร็คกิ้งเช็คความคืบหน้า
- รับพัสดุ: ผู้รับจ่ายภาษี (ถ้ามี) และรับของที่ปลายทาง
ข้อควรระวังเมื่อแพ็กสินค้า
- อย่าใส่ของแตกง่ายกับของหนักในกล่องเดียวกัน
- ติดสติกเกอร์ "Fragile" บนกล่องถ้าของแตกหรือบอบบาง
- ห่อของมีคมด้วยกระดาษกันกระแทกหลายชั้น
- อย่าใส่ของเหลวเกิน 100 มล. ต่อชิ้นในพัสดุทางอากาศ (ยกเว้น Sea Freight)
ปัจจัยที่ทำให้ค่าส่งของไปจีนเปลี่ยนแปลง
ค่าส่งของไปจีนไม่ได้คงที่ตลอดเวลา แต่อาจปรับขึ้นลงตามสถานการณ์ต่าง ๆ
ราคาน้ำมันและค่าน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge)
เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บ Fuel Surcharge เพิ่มเติม ทำให้ค่าขนส่งโดยรวมสูงขึ้นด้วย
ฤดูกาล (Peak Season Surcharge)
ช่วงเทศกาลสำคัญของจีน เช่น:
- ตรุษจีน (มกราคม-กุมภาพันธ์): มีการส่งของเพิ่มมาก บริการอาจล่าช้า ค่าส่งสูงขึ้น
- 11.11 (Singles' Day) และ 12.12: ช่วง e-commerce เทศกาลลดราคา พัสดุล้นคลัง
- เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม): มีการส่งของฝากเพิ่มขึ้น
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
หากค่าส่งของไปจีนคิดเป็นเงินหยวน (CNY) หรือดอลลาร์สหรัฐ (USD) การแข็งหรืออ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลต่อราคาสุดท้ายที่จ่าย
สถานการณ์การขนส่งโลก
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น โรคระบาด การปิดพอร์ต หรือข้อพิพาททางการค้า อาจทำให้เส้นทางขนส่งเปลี่ยนไป ค่าส่งปรับขึ้น หรือระยะเวลาล่าช้า

ตัวเลือกผู้ให้บริการขนส่งไปจีน
ในตลาดไทยมีผู้ให้บริการหลายรายที่ครอบคลุมตั้งแต่บุคคลทั่วไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่
บริษัทขนส่งด่วนระหว่างประเทศ (Express Courier)
- DHL, FedEx, UPS, TNT: บริการรวดเร็ว ติดตามได้แม่นยำ เหมาะกับของเร่งด่วน
- EMS (ไปรษณีย์ไทย): ราคาถูกกว่า courier เอกชน ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย
ตัวแทนขนส่งและฟอร์เวิร์ดเดอร์
ตัวแทนขนส่งมักรวบรวมพัสดุจากหลายลูกค้าแล้วส่งรวมกัน ทำให้ต่อรองอัตราค่าขนส่งได้ดีกว่า เหมาะกับพัสดุที่ไม่เร่งมากหรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
ผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงในไทย เช่น TCAT Cargo, RNP Express, SME Shipping, Aku Cargo, Bee Express, และ SM Cargo
การเปรียบเทียบผู้ให้บริการ
แทนที่จะติดต่อทีละราย คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบเช่น ParcelRadar.io ที่รวบรวมตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการไว้ในที่เดียว ช่วยให้ดูราคา ระยะเวลา และเงื่อนไขพร้อมกันก่อนตัดสินใจ
วิธีเช็คราคาค่าส่งของไปจีนอย่างแม่นยำ
การขอราคาล่วงหน้าช่วยให้วางแผนงบประมาณและเลือกบริการได้ตรงความต้องการ
ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา
- น้ำหนักและขนาดพัสดุ: ชั่งน้ำหนักจริง วัดกว้าง ยาว สูง (ซม.)
- ประเภทสินค้า: อธิบายให้ชัดเจน เช่น เสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ ของใช้ส่วนตัว
- มูลค่าสินค้า: ราคาทุน หรือราคาซื้อขาย (สำหรับคำนวณภาษีและประกัน)
- จุดรับของในจีน: เมือง รหัสไปรษณีย์ ยิ่งละเอียดยิ่งได้ราคาแม่นยำ
- ระยะเวลาที่ต้องการ: เร่งด่วน หรือไม่มีกำหนดเร็ว
ขั้นตอนขอใบเสนอราคาออนไลน์
- เข้าเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเช็คราคา
- กรอกข้อมูล: ประเทศต้นทาง (ไทย) ปลายทาง (จีน) น้ำหนัก ขนาด
- เลือกประเภทบริการ: Express, Air Freight, Sea Freight
- ระบบแสดงราคาโดยประมาณจากหลายผู้ให้บริการ
- เลือกบริการที่ต้องการและจองหรือติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม
เคล็ดลับ: ตรวจสอบว่าราคาที่เห็นรวมภาษี Fuel Surcharge และค่าบริการอื่น ๆ หรือไม่ เพราะบางเว็บแสดงราคาพื้นฐานอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ส่งของไปจีนใช้เวลาเท่าไหร่
ขึ้นกับบริการที่เลือก Express ใช้เวลา 2-5 วัน Air Freight 5-10 วัน Sea Freight 15-30 วัน และขนส่งทางรถ 7-14 วัน ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นหากพัสดุต้องผ่านการตรวจศุลกากรนานหรือส่งไปเมืองห่างไกล
ต้องเสียภาษีเมื่อส่งของไปจีนหรือไม่
ถ้าเป็นของส่วนตัวมูลค่าไม่เกิน 1,000 CNY (ประมาณ 5,000 บาท) มักได้รับยกเว้น แต่หากเกินหรือเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ จะต้องเสียภาษีตามอัตราที่กำหนดตาม HS Code ของสินค้า อัตราแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า
สามารถส่งอาหารหรือเครื่องสำอางไปจีนได้ไหม
ส่งได้ แต่ต้องมีเอกสารรับรองคุณภาพหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบรับรอง FDA สำหรับอาหาร หรือเอกสารจาก NMPA สำหรับเครื่องสำอาง บางชนิดอาจไม่ผ่านการอนุญาตให้นำเข้า ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อน
ถ้าพัสดุหาย หรือเสียหาย จะเคลมได้ไหม
ได้ หากซื้อประกันไว้หรือบริการนั้นมีความคุ้มครองพื้นฐาน ควรแจ้งผู้ให้บริการทันทีเมื่อพบความเสียหาย แนบหลักฐานรูปถ่าย และเอกสาร Invoice เพื่อยื่นเคลม ระยะเวลาเคลมโดยทั่วไปคือ 7-30 วันหลังรับของ
ราคาค่าส่งของไปจีนเริ่มต้นที่เท่าไหร่
ขึ้นกับน้ำหนัก ระยะทาง และบริการ พัสดุเล็กน้ำหนัก 1 กก. ทาง EMS อาจเริ่มต้นประมาณ 300-500 บาท ส่วน Express อาจ 800-1,200 บาท ของหนักหรือใช้ Air/Sea Freight จะคิดต่อกิโลกรัม ยิ่งหนักยิ่งถูกต่อหน่วย ควรขอใบเสนอราคาเฉพาะเจาะจงจากผู้ให้บริการเพื่อความแม่นยำ
จะเลือกบริการส่งไปจีนให้เหมาะสมอย่างไร
พิจารณาจาก ความเร่งด่วน (ถ้าเร่ง ใช้ Express ไม่เร่ง ใช้ Sea Freight), น้ำหนักและปริมาณ (ของเล็กเบา ใช้ Express ของหนัก/มาก ใช้ Air Freight หรือ Sea Freight), งบประมาณ (จำกัดงบใช้ทางเรือ มีงบใช้ส่งด่วน), และประเภทสินค้า (ของเปราะบางควรใช้บริการที่รองรับประกัน)
การส่งของไปจีนต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ตั้งแต่น้ำหนัก ขนาด ประเภทสินค้า ไปจนถึงเอกสารและภาษี การเตรียมตัวให้พร้อมและเปรียบเทียบตัวเลือกช่วยให้ส่งของได้อย่างคุ้มค่าและรวดเร็ว หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มที่ช่วยเปรียบเทียบค่าส่งของไปจีนจากหลายผู้ให้บริการพร้อมกัน ParcelRadar.io ช่วยให้คุณเห็นตัวเลือกที่เหมาะสม เช็คราคา ระยะเวลา และจองบริการได้ในที่เดียว ประหยัดเวลาและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น




