ส่งของไปเวียดนาม 2026: คู่มือครบจบค่าส่ง เอกสาร ภาษี
Table of Contents
ToggleKey Takeaways
- เวียดนามเป็นตลาดใกล้เคียงไทยที่ส่งของได้สะดวกทั้งพัสดุส่วนตัวและสินค้าเชิงพาณิชย์
- ค่าขนส่งขึ้นอยู่กับน้ำหนักจริง น้ำหนักปริมาตร ประเภทบริการ และผู้ให้บริการที่เลือกใช้
- สินค้าที่ส่งไปเวียดนามต้องผ่านพิธีการศุลกากรและอาจมีภาษีนำเข้า ขึ้นกับมูลค่าและประเภทสินค้า
- เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมคือใบกำกับสินค้า (Invoice) ใบปะหน้าพัสดุ (AWB) และบัญชีรายการสินค้า (Packing List)
- การเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 30-40%
บทนำ
ส่งของไปเวียดนามในปี 2026 นี้ง่ายและสะดวกกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการส่งของฝาก ของใช้ส่วนตัว เอกสารสำคัญ หรือสินค้าเพื่อธุรกิจ ระยะทางที่ไม่ไกลนักทำให้การขนส่งไปเวียดนามเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอาเซียน แต่ก่อนตัดสินใจส่ง คุณควรเข้าใจถึงค่าขนส่ง ตัวเลือกบริการที่มี เอกสารที่จำเป็น พิธีการศุลกากร และข้อจำกัดของสินค้า เพื่อให้การส่งพัสดุเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด

ตัวเลือกการขนส่งและค่าใช้จ่าย
การส่งของไปเวียดนามมีหลายรูปแบบให้เลือก ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วน งบประมาณ และลักษณะของสินค้า
Express Courier Service
บริการขนส่งด่วนจากผู้ให้บริการระดับโลก เช่น DHL, FedEx, UPS หรือ TNT เหมาะสำหรับพัสดุที่ต้องการความรวดเร็วและความปลอดภัยสูง
- ระยะเวลา: 1-3 วันทำการ
- น้ำหนัง: เหมาะกับพัสดุขนาดเล็กถึงกลาง (0.5-30 กก.)
- ราคา: 800-3,500 บาท (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและปลายทาง)
- ข้อดี: รวดเร็ว ติดตามได้ตลอดเวลา มีประกันภัย Door-to-Door
- ข้อจำกัด: ราคาค่อนข้างสูง มีข้อจำกัดเรื่องสินค้าบางประเภท
Economy Air Parcel
บริการส่งพัสดุทางอากาศแบบประหยัด ใช้เวลานานกว่า Express แต่ราคาถูกกว่ามาก
- ระยะเวลา: 5-10 วันทำการ
- น้ำหนัก: เหมาะกับ 1-20 กก.
- ราคา: 400-1,800 บาท
- ข้อดี: ประหยัดกว่า Express 40-50% ยังคงมีระบบติดตามพัสดุ
- ข้อจำกัด: ใช้เวลานานกว่า อาจต้องผ่านการตรวจสอบที่ศุลกากรนานกว่า
Air Freight สำหรับสินค้าจำนวนมาก
เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจที่ต้องการส่งสินค้าหลายกล่องพร้อมกัน น้ำหนักรวม 20 กก.ขึ้นไป
การคำนวณน้ำหนักปริมาตร (Volume Weight)
สายการบินคำนวณน้ำหนังจากสูตร: กว้าง (ซม.) x ยาว (ซม.) x สูง (ซม.) ÷ 6000 = น้ำหนังปริมาตร (กก.)
ตัวอย่าง: กล่องขนาด 50 x 40 x 30 ซม. มีน้ำหนังปริมาตร = (50 x 40 x 30) ÷ 6000 = 10 กก. แม้น้ำหนังจริงอาจเบากว่า แต่จะคิดค่าขนส่งจากน้ำหนังที่มากกว่า
| ประเภทบริการ | ระยะเวลา | ราคาโดยประมาณ (ต่อกก.) | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| Express Courier | 1-3 วัน | 120-180 บาท | พัสดุด่วน เอกสารสำคัญ สินค้ามูลค่าสูง |
| Economy Air | 5-10 วัน | 60-100 บาท | ของฝาก ของใช้ส่วนตัว สินค้าทั่วไป |
| Air Freight | 3-7 วัน | 40-80 บาท | สินค้าเชิงพาณิชย์ จำนวนมาก |
| Sea Freight (LCL) | 10-20 วัน | 15-35 บาท | สินค้าปริมาณมาก ไม่เร่งด่วน น้ำหนักมาก |
การเปรียบเทียบค่าขนส่งระหว่างประเทศจากหลายผู้ให้บริการจะช่วยให้คุณเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับแต่ละครั้งที่ส่ง
Sea Freight สำหรับสินค้าจำนวนมาก
ส่งของไปเวียดนามทางเรือเหมาะกับสินค้าที่มีน้ำหนังมากหรือปริมาตรมาก ไม่เร่งด่วน และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
- LCL (Less than Container Load): รวมสินค้ากับผู้ส่งรายอื่น เหมาะกับสินค้า 1-10 ลูกบาศก์เมตร
- FCL (Full Container Load): เช่าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้ เหมาะกับสินค้าจำนวนมาก
เอกสารที่จำเป็นสำหรับการส่งของไปเวียดนาม
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญของการส่งพัสดุระหว่างประเทศ
เอกสารพื้นฐานที่ต้องมี
-
ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice)
- ชื่อผู้ส่งและผู้รับพร้อมที่อยู่สมบูรณ์
- รายละเอียดสินค้าแต่ละชิ้น (ชื่อ ปริมาณ มูลค่า)
- รหัส HS Code ของสินค้า (ใช้สำหรับคำนวณภาษี)
- มูลค่ารวมทั้งหมด
- วัตถุประสงค์การส่ง (ของขวัญ ใช้ส่วนตัว หรือเชิงพาณิชย์)
-
ใบปะหน้าพัสดุ (Airway Bill – AWB)
- ออกโดยผู้ให้บริการขนส่ง
- มีเลขติดตาม (Tracking Number) สำหรับตรวจสอบสถานะ
-
บัญชีรายการสินค้า (Packing List)
- รายละเอียดจำนวน น้ำหนัง และขนาดแต่ละกล่อง
- น้ำหนังรวมทั้งหมด
-
เอกสารเพิ่มเติม (กรณีสินค้าเฉพาะ)
- Certificate of Origin (C/O) สำหรับสินค้าเชิงพาณิชย์
- ใบรับรองสุขภาพสำหรับอาหารหรือเครื่องสำอาง
- ใบอนุญาตนำเข้าสำหรับสินค้าควบคุม

คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารสำหรับการส่งออกจากไทยจากกรมศุลกากรได้
การใช้ HS Code
HS Code (Harmonized System Code) คือรหัส 6-8 หลักที่ใช้ระบุประเภทสินค้าเพื่อคำนวณภาษีศุลกากร ทุกสินค้าที่ส่งไปเวียดนามต้องระบุ HS Code ที่ถูกต้อง
ตัวอย่าง HS Code ทั่วไป:
- เสื้อผ้าผ้าฝ้าย: 6109.10
- รองเท้าหนัง: 6403.99
- อาหารเสริม: 2106.90
- เครื่องสำอาง: 3304.99
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: 8517.62
การระบุ HS Code ผิดอาจทำให้เสียภาษีมากเกินหรือถูกปฏิเสธที่ศุลกากร
พิธีการศุลกากรและภาษีนำเข้า
ภาษีนำเข้าสินค้าเข้าเวียดนาม
เวียดนามมีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามประเภทและมูลค่า พัสดุส่วนตัวที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000,000 VND (ประมาณ 1,400 บาท) จะได้รับยกเว้นภาษี แต่หากมูลค่าเกินจะต้องเสียภาษีดังนี้:
| ประเภทสินค้า | อัตราภาษี | VAT | รวม |
|---|---|---|---|
| เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า | 15-20% | 10% | 25-30% |
| อิเล็กทรอนิกส์ | 0-20% | 10% | 10-30% |
| เครื่องสำอาง อาหารเสริม | 10-25% | 10% | 20-35% |
| หนังสือ เอกสาร | 0% | 5% | 5% |
| ของเล่น ของตกแต่ง | 15-30% | 10% | 25-40% |
การคำนวณภาษี = (CIF Value + Duty) x VAT
- CIF = ราคาสินค้า + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง
ขั้นตอนการผ่านศุลกากร
- ผู้ให้บริการยื่นเอกสาร: ผู้ให้บริการขนส่งยื่นเอกสารศุลกากรแทนคุณ
- ตรวจสอบเอกสาร: เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ Invoice, AWB, และ Packing List
- คำนวณภาษี: คำนวณภาษีตามมูลค่าและประเภทสินค้า
- ชำระภาษี: ผู้รับจ่ายภาษีก่อนรับสินค้า (หรือผู้ส่งจ่ายล่วงหน้า)
- ปล่อยสินค้า: เมื่อจ่ายภาษีครบและเอกสารถูกต้อง พัสดุจะถูกปล่อยส่งต่อ
กรณีที่เอกสารไม่ครบหรือสินค้าต้องการการตรวจสอบพิเศษ อาจใช้เวลา 3-7 วันเพิ่มเติม
⚠️ ข้อจำกัดและสินค้าต้องห้าม
สินค้าที่ห้ามส่งไปเวียดนาม
- อาวุธและวัตถุระเบิด: ทุกประเภท รวมถึงของเล่นที่มีลักษณะคล้าย
- ยาเสพติดและสารเคมีควบคุม: ทุกชนิด
- สื่อลามกอนาจาร: หนังสือ วีดีโอ หรือสื่อใดๆ
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์: สินค้าปลอม สินค้าเลียนแบบ
- เงินสด: เงินสด บัตรเครดิต เช็ค หลักทรัพย์
- พืชและเมล็ดพันธุ์: ต้องมีใบรับรองพิเศษ
- สินค้าเน่าเสียง่าย: อาหารสด เนื้อสัตว์
สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาต
- เครื่องสำอาง: ต้องมี Certificate of Free Sale
- อาหารเสริม: ต้องมีใบรับรองจาก FDA หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้คลื่นความถี่: ต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงสื่อสาร
- ยา: ต้องมีใบสั่งแพทย์และปริมาณไม่เกินที่กำหนด
การส่งสินค้าต้องห้ามอาจถูกยึด ปรับ หรือดำเนินคดีตามกฎหมายเวียดนาม
💡 เคล็ดลับการส่งของไปเวียดนามให้คุ้มค่า
-
เปรียบเทียบราคาก่อนเสมอ: ใช้แพลตฟอร์มเช่น ParcelRadar.io เพื่อเปรียบเทียบราคาจากหลายผู้ให้บริการในคลิกเดียว ประหยัดได้ 30-40%
-
เลือกบริการให้เหมาะกับความเร่งด่วน: ถ้าไม่เร่ง ใช้ Economy หรือ Sea Freight จะถูกกว่ามาก
-
บรรจุหีบห่อให้กะทัดรัด: น้ำหนังปริมาตรมีผลต่อค่าขนส่ง ใช้กล่องที่พอดีกับสินค้า
-
ระบุมูลค่าสินค้าจริง: อย่าระบุต่ำเกินไป อาจทำให้สินค้าไม่ได้รับความคุ้มครองประกัน
-
ติดป้ายชัดเจน: ใช้ภาษาอังกฤษหรือเวียดนาม ระบุเบอร์โทรผู้รับให้ถูกต้อง
-
ถ่ายรูปสินค้าก่อนส่ง: เก็บหลักฐานกรณีเกิดปัญหา
-
ส่งสินค้าหลายชิ้นในคราวเดียว: จะคุ้มกว่าส่งแยกทีละชิ้น
-
เช็ควันหยุดของเวียดนาม: หลีกเลี่ยงช่วงตรุษเวียดนาม (Tết) ซึ่งศุลกากรและไปรษณีย์อาจทำงานช้า
ตัวอย่างกรณีศึกษาจริง
กรณีที่ 1: ร้านค้าออนไลน์ส่งเสื้อผ้าไปเวียดนาม
สถานการณ์: ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ในไทยต้องการส่งสินค้า 50 ชิ้น น้ำหนัง 15 กก. ไปฮานอย
ตัวเลือกที่พิจารณา:
- Express: 3,200 บาท (2 วัน)
- Economy Air: 1,500 บาท (7 วัน)
- Air Freight: 900 บาท (5 วัน)
การตัดสินใจ: เลือก Air Freight เพราะราคาถูกกว่า และเวลา 5 วันยอมรับได้
เอกสารที่ใช้: Commercial Invoice พร้อมรายละเอียดสินค้าทุกชิ้น, Packing List, และระบุ HS Code 6109.10
ผลลัพธ์: สินค้าถึงภายใน 6 วัน ผู้รับจ่ายภาษีนำเข้า 18% และ VAT 10% ประมาณ 1,200 บาท ประหยัดค่าขนส่งได้ 2,300 บาท เมื่อเทียบกับ Express
กรณีที่ 2: ส่งของฝากให้เพื่อนในโฮจิมินห์
สถานการณ์: ส่งของฝาก (เครื่องสำอาง ขนม รองเท้า) น้ำหนัก 3 กก. มูลค่ารวม 2,500 บาท
ตัวเลือก: Economy Air Parcel 450 บาท (7-10 วัน)
เอกสาร: ระบุเป็น Gift มูลค่า 2,500 บาท แนบ Invoice อย่างง่าย
ผลลัพธ์: เนื่องจากมูลค่าเกิน 1,000,000 VND ผู้รับต้องจ่ายภาษี ประมาณ 700 บาท สินค้าถึงภายใน 8 วัน
บทเรียน: ถ้าส่งของฝาก ควรแจกเป็นหลายครั้งให้มูลค่าไม่เกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี

การเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสม
ผู้ให้บริการขนส่งไปเวียดนามมีหลายราย แต่ละรายมีจุดเด่นต่างกัน
ผู้ให้บริการระดับโลก (Express Couriers)
- DHL Express: รวดเร็ว เชื่อถือได้ เหมาะกับเอกสารและพัสดุด่วน
- FedEx: เน้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ติดตามง่าย
- UPS: ราคาแข่งขันได้ มีบริการ customs brokerage ที่ดี
- TNT (FedEx): เส้นทางยุโรป-เอเชียแข็งแรง
ผู้ให้บริการในภูมิภาค
- Kerry Express International: ราคาย่อมเยา เหมาะกับ SME
- J&T Express: ขยายเข้าเวียดนามเร็ว ราคาถูก
- Flash Express: ให้บริการในอาเซียน คุ้มค่า
ผู้ให้บริการไปรษณีย์
- ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post): ราคาถูกที่สุด แต่ช้า ไม่เหมาะกับสินค้ามูลค่าสูง
- EMS: รวดเร็วกว่าไปรษณีย์ปกติ ราคายังย่อมเยา
Freight Forwarder (สำหรับธุรกิจ)
เหมาะกับการส่งสินค้าจำนวนมาก มีบริการ Door-to-Door, customs clearance ครบวงจร และให้คำปรึกษาเรื่องเอกสารและภาษี
หากต้องการเปรียบเทียบราคาและตัวเลือกที่หลากหลาย สามารถเข้าไปดูที่ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศที่ ParcelRadar.io รวบรวมไว้
วิธีคำนวณค่าขนส่งอย่างแม่นยำ
การคำนวณค่าขนส่งไปเวียดนามต้องพิจารณาหลายปัจจัย
ปัจจัยที่มีผลต่อราคา
- น้ำหนัก: น้ำหนังจริง (Actual Weight) หรือน้ำหนังปริมาตร (Volume Weight) ขึ้นอยู่กับค่าไหนมากกว่า
- ขนาด: กล่องใหญ่แต่เบาจะคิดจาก Volume Weight
- ระยะทาง: ฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง ราคาแตกต่างกันเล็กน้อย
- ประเภทบริการ: Express, Economy, Air Freight, Sea Freight
- บริการเสริม: ประกันภัย, COD, Signature Required
- ช่วงเวลา: Peak Season (ตรุษจีน ตรุษเวียดนาม) ราคาอาจสูงขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณ
กรณี A: กล่อง 1 กล่อง น้ำหนัง 5 กก. ขนาด 30x30x30 ซม.
- น้ำหนังจริง = 5 กก.
- น้ำหนังปริมาตร = (30 x 30 x 30) ÷ 6000 = 4.5 กก.
- คิดจาก 5 กก. (ค่าที่มากกว่า)
กรณี B: กล่อง 1 กล่อง น้ำหนัง 2 กก. ขนาด 50x40x40 ซม.
- น้ำหนังจริง = 2 กก.
- น้ำหนังปริมาตร = (50 x 40 x 40) ÷ 6000 = 13.3 กก.
- คิดจาก 13.3 กก. (ค่าที่มากกว่า)
การใช้เครื่องมือคำนวณค่าขนส่งออนไลน์จะช่วยให้ได้ราคาที่แม่นยำและเปรียบเทียบจากหลายผู้ให้บริการได้ทันที
การติดตามสถานะพัสดุ
หลังจากส่งพัสดุแล้ว การติดตามสถานะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความมั่นใจ
วิธีติดตาม
- เว็บไซต์ผู้ให้บริการ: ใช้เลข Tracking Number ที่ได้รับ
- Application มือถือ: DHL, FedEx, Kerry มี App ติดตามแบบ Real-time
- Email/SMS Notification: ตั้งค่าให้แจ้งเตือนทุกครั้งที่สถานะเปลี่ยน
- แพลตฟอร์มติดตามพัสดุ: เช็คสถานะจากหลายผู้ให้บริการในที่เดียว
สถานะที่ควรรู้
- Shipment Information Received: ผู้ให้บริการรับข้อมูล แต่ยังไม่รับพัสดุจริง
- Picked Up / In Transit: รับพัสดุแล้ว กำลังขนส่ง
- Arrived at Hub: ถึงศูนย์กระจายสินค้า
- Customs Clearance: อยู่ระหว่างผ่านศุลกากร
- Clearance Delay: ติดที่ศุลกากร อาจต้องจ่ายภาษีหรือเอกสารไม่ครบ
- Out for Delivery: ออกจัดส่ง
- Delivered: ส่งถึงผู้รับแล้ว
หากพัสดุติด Customs Clearance นานกว่า 3 วัน ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเช็คว่ามีปัญหาหรือต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมหรือไม่
ข้อควรระวังและปัญหาที่พบบ่อย
ปัญหา: ผู้รับปฏิเสธจ่ายภาษี
วิธีแก้: ตกลงกันก่อนส่งว่าใครจ่ายภาษี หรือเลือกบริการ DDP (Delivered Duty Paid) ที่ผู้ส่งจ่ายภาษีให้ล่วงหน้า
ปัญหา: สินค้าติดศุลกากร
สาเหตุ: เอกสารไม่ครบ HS Code ผิด มูลค่าไม่ชัดเจน หรือสินค้าต้องใบอนุญาต
วิธีแก้: ติดต่อผู้ให้บริการทันที เตรียมเอกสารเพิ่มเติมหรือชี้แจงรายละเอียด
ปัญหา: พัสดุเสียหาย
วิธีแก้: ถ่ายรูปพัสดุทันทีที่เปิด ร้องเรียนภายใน 24-48 ชม. พร้อมหลักฐาน หากซื้อประกันจะได้รับค่าชดเชย
ปัญหา: ค่าขนส่งแพงกว่าที่คิด
สาเหตุ: Volume Weight มากกว่าที่คาดหรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Remote Area, Fuel Surcharge)
วิธีแก้: สอบถามรายละเอียดทั้งหมดก่อนส่ง เปรียบเทียบราคาจากหลายราย
สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีศุลกากรสำหรับการส่งออกจากกรมศุลกากรไทย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ส่งของไปเวียดนามใช้เวลานานแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับประเภทบริการ Express ใช้เวลา 1-3 วัน Economy Air ใช้เวลา 5-10 วัน Air Freight ใช้เวลา 3-7 วัน และ Sea Freight ใช้เวลา 10-20 วัน โดยเวลาจริงอาจแปรผันตามพิธีการศุลกากรและช่วงเทศกาล
ค่าส่งของไปเวียดนามเท่าไหร่?
สำหรับพัสดุ 1 กก. ค่าขนส่ง Express อยู่ที่ 800-1,200 บาท Economy Air อยู่ที่ 400-600 บาท ส่วน Air Freight สำหรับสินค้าจำนวนมากอาจต่ำสุดที่ 40-80 บาทต่อกิโลกรัม ราคาจริงขึ้นอยู่กับน้ำหนัง ปลายทาง และผู้ให้บริการ
ต้องจ่ายภาษีหรือไม่เมื่อส่งของไปเวียดนาม?
พัสดุส่วนตัวที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000,000 VND (ประมาณ 1,400 บาท) ได้รับยกเว้นภาษี หากเกินจะต้องเสียภาษีนำเข้า 10-30% และ VAT 5-10% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
สินค้าอะไรส่งไปเวียดนามไม่ได้?
อาวุธ วัตถุระเบิด ยาเสพติด สื่อลามก สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เงินสด พืชและเมล็ดพันธุ์ (ไม่มีใบอนุญาต) และสินค้าเน่าเสียง่าย ส่งไม่ได้หรือต้องมีเอกสารพิเศษ
ส่งเครื่องสำอางไปเวียดนามได้ไหม?
ส่งได้ แต่ต้องระบุรายละเอียดและมูลค่าชัดเจน หากเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ปริมาณมากอาจต้องมี Certificate of Free Sale และอาจเสียภาษีนำเข้า 20-35% แนะนำให้ส่งปริมาณพอเหมาะและแจ้งผู้รับให้พร้อมชำระภาษี
ส่งของผ่านชายแดนไทย-เวียดนามได้ไหม?
ได้ หากเป็นรถขนส่งหรือบุคคลเดินทางผ่านชายแดน แต่ต้องผ่านพิธีการศุลกากรและเตรียมเอกสารครบถ้วน ไม่แนะนำให้ส่งแบบไม่มีเอกสารเพราะอาจถูกยึดหรือปรับ
ส่งอาหารไปเวียดนามได้ไหม?
อาหารแห้ง ขนม ของว่าง ที่บรรจุสุญญากาศส่งได้ แต่อาหารสด เนื้อสัตว์ ผลไม้สด ส่งไม่ได้หรือต้องมีใบรับรองสุขภาพพิเศษ และปริมาณต้องไม่มากเกินไปจนถูกมองว่าเชิงพาณิชย์
ส่งของไปเวียดนามแบบไม่มีใบเสร็จได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะศุลกากรต้องการ Invoice เพื่อคำนวณภาษี หากไม่มีใบเสร็จ เจ้าหน้าที่อาจประเมินมูลค่าเองซึ่งอาจสูงกว่าความเป็นจริง หรือพัสดุอาจถูกระงับจนกว่าจะมีเอกสารครบถ้วน
การส่งของไปเวียดนามในปี 2026 นี้ง่ายและมีตัวเลือกมากมาย ไม่ว่าจะส่งพัสดุส่วนตัวหรือสินค้าเชิงพาณิชย์ การเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสม เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และเข้าใจเรื่องภาษีศุลกากรจะช่วยให้การส่งของเป็นไปอย่างราบรื่น หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและเปรียบเทียบตัวเลือกจากหลายผู้ให้บริการ ParcelRadar.io พร้อมช่วยคุณเช็คราคา เปรียบเทียบบริการ และเลือกตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับทุกครั้งที่ต้องการส่งพัสดุระหว่างประเทศ